>> คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด



จาก "เเมนดาลอเรี่ยน" ถึง "นักล่าเงินรางวัล"


"Mandalorian" หรือเรียกสั้นๆว่า "Mando'a" เดิมเป็นชื่อสปีชี่ส์เผ่าพันธุ์หนึ่งบนดาว "Mandalore" ที่เดิมมีชื่อว่าเผ่า "Taung" อีกชั้นหนึ่ง แต่มาเปลี่ยนเป็น แมนดาลอเรี่ยน ในภายหลัง เพื่อให้เข้ากับชื่อดาวแมนดาลอร์นั้นเอง... แมนดาลอเรี่ยน เป็นเผ่าที่นิยมรบพุ่ง-ต่อสู้-ทำสงคราม และยังได้ท่องเที่ยวแสวงโชคไปทั่วเเกเเลคซี่ ก๊กเเมนดาลอเรี่ยนขึ้นชื่อในเรื่องของความเก่งกาจเชิงศึกสงคราม ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์-เทคโนโลยี่ชั้นสูง และหุ่นยนต์รบทันสมัย ผนวกกับความมีระเบียบวินัยทางการทหารอันเคร่งครัดทั้งยังมีความเป็นชาตินิยมสูง เป็นที่เลื่อมใสในวงการนักรบทั่วไป โดยต่อมาภายหลังสมาชิกในกลุ่มนักรบก็ไม่ได้มีแต่เฉพาะสปีชีส์แมนดาลอเรี่ยนเผ่าเดียวล้วนๆเท่านั้น แต่ยังมีหลากหลายสปีชีส์(รวมมั้งสปีชีส์มนุษย์)ที่นิยมในวิถีของแมนดาลอเรี่ยนได้สมัครเข้ามาอยู่ร่วมประจำก๊วนด้วย ดังนั้นไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนที่เข้าร่วมกับกลุ่มนี้ก็จะถูกเรียกเหมารวมว่าเป็นพวก "เเมนดาลอเรี่ยน" ไปด้วยโดยปริยาย เอกลักษณ์พิเศษไม่เหมือนใครของนักรบแมนดาลอเรี่ยน ก็คือ การสวมชุดเกราะอันมีหมวกเกราะคลุมใบหน้ามีช่องดวงตาเป็นรูปตัว T (ตัว T มาจาก Taung นั้นเอง) เรียกกันว่า "Mandalorian Armor" แถมชุดเกราะยังออกแบบพิเศษซ่อนอาวุธลับอันตรายในทุกๆส่วน จึงกล่าวได้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของ แมนดาลอเรี่ยน เต็มไปด้วยพิษสงร้าย!

- สัญลักษณ์ของเผ่าแมนดาลอเรี่ยน และหน้าตาสปีชีส์แมนดาลอเรี่ยน ต้นฉบับดั้งเดิม -

- กองทัพแมนดาลอเรี่ยน ทำสงครามปะทะเจได โจมตีสาธารณรัฐ (Mandalorian Wars) ในภาคหนังสือการ์ตูน "Star Wars : Knights of the Old Republic #7-8"...* ในรูปกลาง ผ้าคลุมสีแดง นั้นคือ ผู้นำทัพแมนดาลอเรี่ยนนาม "Cassus Fett" อันทวดของ "Jango Fett" แมนดาลอเรี่ยนชื่อดังในยุคต่อมาภาคภาพยนตร์ -

ต่อมาเป็นเวลานับหลายพันปี พวกเเมนดาลอเรี่ยนได้เเผ่ขยายอำนาจอิทธิพลกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงยุคสาธารณรัฐ-เจได และ จักรวรรดิ-ซิธ เริ่มมีอิทธิพลในแกแลคซี่ และก็มีแมนดาลอเรี่ยนเพิ่มเข้ามาอีกขั้วอำนาจหนึ่ง กลายเป็น 3 ขั้วอำนาจใหญ่แห่งแกแลคซี่ แล้วก็มาถึงยุคที่ทัพของฝ่ายแมนดาลอเรียน และ สาธารณรัฐ ได้ทำสงครามกันละกันอย่างดุเดือด ในสงครามใหญ่ที่เรียกว่า "Mandalorian Wars" (ช่วงประมาณ 3900 กว่าปีก่อนยุทธการยาวิน) แต่เนื่องด้วยพลังวิเศษที่เหนือชั้นกว่าของเหล่าอัศวินเจได ที่นำทัพโดยวีรบุรุษเจไดนาม "รีแวน (Revan)" และลูกศิษย์คู่ใจนาม "มาแลค(Malak)"ในที่สุดพวกแมนดาลอเรี่ยนก็พ่ายแพ้แตกกระจายไป... จึงเหลือแต่เพียงก๊กสาธารณรัฐเจไดและจักรวรรดิซิธ เท่านั้นที่เป็น 2 ขั้วอำนาจใหญ่แห่งจักรวาล นักรบแมนดาลอเรียนรุ่นหลังๆที่หลงเหลือในยุคหลังต่อมาได้แปรสภาพกลายไปเป็น "นักล่าเงินรางวัลอิสระ" หรือ "นักล่าค่าหัวรับจ้าง (Bounty Hunter)" ซึ่งทำงานกันเป็นกลุ่มบ้าง บินเดี่ยวบ้าง แต่ทั้งหมดในตอนต้นๆก็ยังเรียกพวกตนว่าเป็นแมนดาลอเรี่ยนอยู่ โดยรับจ้างเป็นองครักษ์ให้กับกลุ่มผู้นำชั้นสูง-พ่อค้ามาเฟียผู้มั่งคั่ง หรือเป็นนักสืบนักรบ-นักสังหารพิเศษให้กับองค์กรการทหารต่างๆ ตามมูลค่าเงินสินจ้างที่ตนพึงพอใจ ซึ่งโดยปกติแล้ว Bounty Hunter จะไม่สังกัดฝ่ายใดเป็นพิเศษ สามารถย้ายสังกัดได้ตลอดเวลา เรียกว่าเป็นนักรบรับจ้างอิสระจริงๆ แต่ในประวัติศาสตร์ของจักรวาลสตาร์วอร์สมักจะพบว่า Bounty Hunter มักเขัาร่วมกับพวกซิธเป็นหลัก(ถึงแม้จะเคยเป็นศัตรูกันมาก่อนในบางช่วง)...แต่ในยุคหลังๆก็มีบางช่วงที่ไปเข้าร่วมงานกับพวกเจได-สาธารณรัฐบ้างเช่นกัน ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเงินรางวัล กับสถานะการณ์ในช่วงเวลานั้น

- ภาพในสงคราม Mandalorian Wars จากหนังสือการ์ตูน Star Wars Knights of the Old Republic #42 : ภาพขวา อัศวินเจได Revan สวมหน้ากากของพวกแมนดาลอเรี่ยนปฏิญาณตนจะสู้จนชนะศึก และรูปซ้ายลูกศิษย์ของRavan, เจได Malak ปะทะเดือดนักรบแมนดาลอเรี่ยน, ส่วนภาพแถวล่าง Raven และ Malak ในเกมส์ Star Wars Knighst of the Old Republic เสร็จศึก Mandalorian Wars ไปแล้ว ภายหลังทั้งคู่หันเข้าสู่ด้านมืดกลายเป็นซิธ!...จะเห็นว่า Revan ยังคงสวมหน้ากากแบบแมนดาลอเรี่ยน ไม่ยอมถอดไปตลอดชีวิต (สงสัยติดใจ :) -



- ภาพจากหนังสือการ์ตูน "Star wars : Jango Fett Open Seasons" : ชุดเกราะแบบ Mandalorian ยุคหลัง ("Mandalorian Warrior") ในช่วงเวลายุคใกล้ก่อนภาคภาพยนตร์ Episode 1 ไม่นานนัก บางกลุ่มยังไม่ได้แยกมาตัวเป็น Bounty Hunter เสียทีเดียว ยังคงเป็นนักรบ Mandalorian แท้ๆอยู่ไม่ทำงานรับจ้าง แต่ทั้งนี้ต่อมาก็สลายกลายเป็น Bounty Hunter กันหมด...จะเห็นว่าชุดเกราะปรับให้ดูเรียบง่ายคล่องตัวมากขึ้น แต่หมวกเกราะยังคงเอกลักษณ์หน้าตัว T ดังเดิม -


- นักรบแมนดาลอเรี่ยน (Mandalorian Warrior) หน่วย "Death Watch" เป็นแมนดารอเรี่ยนที่หลงเหลือปรากฏ ปรากฏใน The Clone Wars 3D อนิเมชั่น ทีวีซีรี่ย์ (อันเป็นเหตุการณ์รอยต่อระหว่างภาพยนตร์ Episode II -III) -

ถึงแม้ก๊กเเมนดาลอเรี่ยน จะสลายตัวจากการเป็นขั้วอำนาจใหญ่แห่งจักรวาลสตาร์วอร์สแล้ว แต่ยังมีมรดกสำคัญอย่างหนึ่งของแมนดาลอเรี่ยนที่ยังคงตกทอดมาถึงยุคหลังๆก็คือ "ชุดเกราะและหมวกเกราะหน้ารูปตัว T" โดยเฉพาะในยุคภาคภาพยนตร์สตาร์วอร์สไตรภาคแรก Episode I-III ก็มีทายาท แมนดาลอเรี่ยน ซึ่งเป็น Bounty Hunter คนสำคัญคนหนึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นเเบบสำหรับการสร้างตัวโคลน(Clone)มหาศาล เพื่อนำไปเป็นกองทัพทหารประจำการในสังกัดของฝ่ายสาธารณรัฐ ทำต่อสู้กับพวกขบวนการแบ่งแยกแกแลคซี (Confederacy of Independent Systems) ซึ่ง ณ ขณะนั้นสาธารณรัฐอยู่ภายใต้อำนาจของ สมุหนายกผู้ซิธซ่อนเร้นนาม "พัลพาทีน" (อันเป็นผู้สั่งการว่าจ้าง นักวิทยาศาสตร์ บนดาวคามิโน ให้สร้างกองทัพโคลนลับๆ แม้แต่สภาเจไดกว่าจะรู้ก็เป็นกองทัพใหญ่ไปแล้ว แถมยังเป็นผู้ชักใยฝ่ายขบวนการแบ่งแยกไปในตัวอีกต่างห่าง เรียกว่ายุคนี้ทุกอย่างอยู่ในกำมือ พัลพาทีน อย่างเบ็ดเสร็จ) แมนดาลอเรี่ยนที่ว่านั้นมีนามว่า "แจงโก้ เฟตต์ (Jango Fett)" เหตุที่ได้การรับเลือกก็ด้วย แจงโก้ เฟตต์ มีร่างกายแข็งแกร่งสมชายชาติทหารทั้งเพียบพร้อมคุณสมบัติของนักรบฝีมือเก่งกาจผนวกกับความมีระเบียยวินัยที่เคร่งครัดในแบบของ เเมนดาลอเรี่ยน นั้นเอง นอกจากตัว แจงโก้ เฟตเองแล้ว ชุดเกราะแบบแมนดาลอเรี่ยนที่แจงโก้ เฟต สวมใส่นั้น ก็ยังเป็นแรงบัลดาลใจในการออกแบบหมวกเกราะ-ชุดเกราะต้นเเบบเริ่มเเรกสำหรับเหล่าทหารโคลนอีกต่างหาก ทหารกองทัพโคลนทั้งหมดจึงประหนึ่งเป็นทายาทมหาศาลของทั้ง Jango Fett และ "นักรบแมนดาลอเรี่ยน" ด้วยนั้นเอง

- Jango Fett, Bounty Hunter และทหารโคลนในชุดเกราะแมนดาลอเรี่ยน (คงไม่ต้องเดา...หากให้ทหารโคลนถอดหมวก หน้าตาก็จะเหมือน Jango Fett ทุกคนไป!) -


- ทหาร Clone ในชุดเกราะสไตล์แมนดาลอเรี่ยน หมวกเกราะหน้าตัว T และคลิปวิดิโอเกี่ยวกับกองทัพ Clone -


แต่ต่อมาหลังจากเกิดปฏิบัติการ "คำสั่งที่66 (Order 66)" (จากภาพยนตร์ Episode IV-VI เป็นต้นไป) ซึ่งคำสั่งนี้ทำให้ ทหารโคลนจำนวนไม่น้อยรู้สึกตะขิดตะขวนใจ-ไม่พอใจลึกๆ เพราะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมนักในการสั่งฆ่าล้างโคตรเจไดผู้ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมามาแบบดื้อๆ ทหารเริ่มจับกลุ่มซุบซิบ ลุกลามเลยเถิดไปถึงการระลึกรื้อฟื้นความเป็นทายาทสายเลือดแมนดาลอเรี่ยนของพวกตนขึ้นมา บางก็รุนแรงถึงขั้นคิดจะแยกตัวเป็นอิสระ แต่ด้วยความรอบคอบแกมระแวงลึกๆของจักรพรรดิ พัลพาทีน หรือดาร์ธ ซีเดียส ที่เห็นว่าหากความรู้สึกเป็นชาตินิยมแมนดาลอเรี่ยนได้รื้อฟื้นรุนแรงขึ้น อาจก่อเกิดการต่อต้าน-การก่อกบฏขึ้นได้ ซึ่งอาการชาตินิยมในสายเลือดแมนดาลอเรี่ยนนี้มีให้เห็นตั้งเค้า ตั้งแต่กองทัพโคลนถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงแรกๆแล้ว หากเกิดขึ้นมาจริงๆก็ยากที่จะควบคุม เพราะนอกจากจำนวนอันมหาศาลแล้ว กองทัพโคลนยังเป็นกองทัพที่เข้มแข็งเกรียงไกรมาก พัลพาทีนจึงออกอุบายสั่งการออกแแบบชุดเกราะใหม่ให้กลายเป็นช่องดวงตาคู่ มาแทนรูปตัว T แบบแมนดาลอเรียนเดิม ดังที่ได้เห็นกันในภาพยนตร์ (แต่รูปลักษณ์ชุดเกราะโดยรวมก็ยังคงไว้ซึ่งเค้าแบบของชุดเกราะเเมนดาลอเรี่ยนเดิม) นอกจากนี้ยังมีการรับทหารภายนอกที่ไม่ใช่ตัวโคลน Jango Fett เข้าร่วมใน Stormtrooper ด้วยอีกต่างหาก เป็นการลดความเข้มข้นในสายเลือดแมนดาลอเรี่ยนไปในตัวด้วยอีกส่วนหนึ่ง ในระยะหลังต่อมาทหารโคลนเดิมชาตินิยมจัดหลายคน ก็ได้ทำการหลบหนีออกจากกองทัพ Stormtrooper ไปพอสมควร บ้างก็ไปเป็นนักล่าเงินรางวัล บ้างก็เลิกเป็นทหารไปมีครอบครัวใช้ชีวิตปกติ หรือไม่ก็หลบซ่อนอยู่ตามดวงดาวต่างๆ ฯลฯ

- ชุดหหารโคลนในยุคหลังภาพยนตร์ Episode IV เป็นต้นไป หรือที่เรียกว่า "Stormtrooper" เกราะเป็นแบบตาคู่ แทนแบบตัว T -


ยังมีทายาทนักรบเเมนดาลอเรี่ยน คนสำคัญคนหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย ถือได้ว่าเป็น Bounty Hunter คนสุดท้ายของจักรวาลสตาร์วอร์สก็ว่าได้ที่ยังคงสวมขุดเกราะแบบ เเมนดาลอเรี่ยน นั้นคือ "โบบ้า เฟตต์ (Boba Fett)" ซึ่งก็ไม่ใช้ใครที่ไหนเป็นตัวโคลน Jango Fett เช่นเดียวกับทหารโคลนเดิมนั้นเอง แต่เป็นโคลนที่ Jango Fett ได้ขอมาเลี้ยงเป็นลูก โดยเป็นตัวโคลนที่ไม่ได้ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมแบบโคลนทั่วๆไปและไม่ได้อยู่ร่วมกินนอนฝึกกับทหารโคลนอื่นๆ หมายความว่าถึงหน้าเหมือนกันแต่ โบบ้า เฟตต์ มีความแตกต่าง มีความเป็นตัวของตัวเองและเป็นมนุษย์แบบปกติทุกประการ นอกจากนี้ Jango Fett ยังได้ฝึกสอนถ่ายทอดวิชาการต่อสู้แบบในฉบับเเมนดาลอเรี่ยนให้อีกต่างหาก เมื่อโตขึ้น Babo fett จึงเป็นนักล่าเงินรางวัลยอดฝีมือเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมากในจักรวาลสตาร์วอร์ส

- "Boba Fett" : ภาพขวาสุด Babo Fett วัยหนุ่มถอดหมวกเกราะ ในหนังสือการ์ตูน "Star Wars : The Force Unleashed" (ส่วน...Boba ตอนเด็ก ใน คลิป ข้างบน สังเกตดูเด็กผมยาวๆชุดสีฟ้านั้นแหละ :) -


- * เรื่องที่ตะลึง!ก็คือ ในภาพยนตร์ Episode VI อันเป็นการปิดฉากอวสานสตาร์วอร์สสำหรับภาคภาพยนตร์นั้น แฟนหนังเป็นที่รู้กันว่า Boba ได้พลาดท่าตกลงไปในหลุมหนอนยักษ์ Sarlacc บนดาวทาทูอิน นั้นคือไม่รอด ตายชัวร์...แต่แท้จริงๆแล้วยังไม่ตาย! Boba ได้ใช้อาวุธพิเศษพ่นไฟตามแบบฉบับแมนดาลอเรี่ยน พ่นภายในตัวหนอนยักษ์นั้น พร้อมกระเสือกกระสน จนรอดชีวิตออกมาได้ในที่สุด!...นอกนี้ภายหลังต่อมา Boba fett ได้ไปมีครอบครัวกับ นักล่าเงินรางวัลสาวนาม "Sintas Vel" มีลูกสาวด้วยกันชื่อ "Ailyn Vel" ซึ่ง Ailyn ก็สืบทอดอาชีพ Bounty Hunter ต่อจากพ่อของเธอ และบางโอกาสเธอยังใส่ชุดเกราะของพ่ออีกด้วย...รูปกลาง Boba และ ครอบครัว ในหนังสือการ์ตูน "Star Wars : Tales 7 ตอน "Outbid But Never Outgunned" ...รูปขวาโฉมงาม Ailyn Vel ลูกสาว Boba -

- นี่คือ แฟนฟิล์ม ฉากการรอดชีวิตของ Boba -


- "Durge" สุดยอด Bounty Hunter มหากาฬสุดแสนบรรเจิด ผู้ที่สวมชุดเกราะในสไตล์แมนดาลอเรี่ยน ที่ควรต้องกล่าวถึงด้วยอีกคน (ถึงแม้เกราะหน้าไม่เป็นตัว T เสียทีเดียวแต่ก็ยังพอมีเค้าโครงอยู่ :) Durge มีบทบาทให้เห็นกันในยุค Clone Wars (เหตุการณ์ระหว่างภาพยนตร์ Episode II และ III ซึ่งช่วงเวลาขณะนั้น Boba Fett ยังเด็กอยู่เลย) แต่ชุดเกราะของ Durge ได้ดัดแปลงพิเศษเป็นกึ่งหุ่นยนต์ไซบอร์ก นับชุดเกราะแมนดาลอเรี่ยนที่ทรงพลังและอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมาในจักรวาลสตาร์วอร์ส : ปรากฏให้เห็นในภาคหนังสือการ์ตูนชุด "Star Wars : Obsession"... ภาพขวาสุดคือ โฉมหน้า! ที่แท้จริงของ "Durge" ...แต่ถึงมหากาฬแค่ไหนสุดท้าย Durge ก็ตายด้วยน้ำมือของ เจได นามอุโฆษ... อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ -


- * ข้อสังเกต ในภาคการ์ตูนทีวีซีรี่ย์ภาค Clone Wars 2D Animation มี Durge แล้วก็ยังเป็นตัวละครเด่นของฝ่ายแบ่งแยกดินแดนอีกต่างหาก ทำนองเดียวกับ ซิธหญิง "Ventress" และ นายพลหุ่นยนต์ "Grievous" เรียกว่า 3 คนนี้เป็นสามขุนพลหลักของ เคาท์ดูกู เลย...แต่ในซีรี่ย์ล่าสุด The Clone Wars 3D Animation...นักล่าเงินรางวัล Durge หายไปไหน?...คำตอบ ก็คือ... Durge ถูกตัดทิ้งไปดื้อๆ และถูกแทนที่ด้วย นักล่าเงินรางวัลนาม "Cad Bane" (รูปซ้าย) นั้นเอง : (รูปขวา Durge ใน Clone Wars 2D) -



- Bounty Hunter ในยุคหลังจาก Jango Fett และ Durge ไปแล้ว ก็ไม่มีใครนิยมใส่ชุดเกราะแบบเเมนดาลอเรี่ยนอีก ต่างคนก็ต่างแต่งตัวในแบบฉบับของตนจนไม่เหลือคราบแมนดาลอเรี่ยนอยู่เลย เหลือก็เพียงแต่ Boba Fett คนเดียวเท่านั้นที่ยังคงสไตล์แมนดาลอเรี่ยน-หมวกเกราะหน้าตัว T อยู่เต็มเปี่ยม และยังเรียกตนว่าเป็นชาวแมนดาลอเรี่ยนอย่างเต็มภาคภูมิ...ภาพซ้ายทีมงานนักล่าเงินรางวัลของ Boba Fett...ส่วนภาพขวาพลพรรค Bounty Hunter ในซีรี่ย์ The Clone Wars 3D Animation -


- Bounty Hunter ในยุคเก่าแก่ The Old Republic ปรากฏในเกมส์ Star Wars The Old Republic จะเห็นรูปลักษณ์ชุดเกราะโดดเด่นสุดทันสมัย ...*ถีงแม้เกมส์จะเป็นเหตุเการณ์ย้อนยุคเก่า ก่อนเหตุการณ์ภาพยนตร์นานโข แต่เนื่องจากเกมส์ เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ล่าสุดเร็วๆนี้เอง (2011-2012)... รูปลักษณ์ชุดเกราะ Bounty Hunter จึงมีความหลากหลายและล้ำสมัยเป็นพิเศษ แต่ยังคง Concept มีกลิ่นอายสไตล์ชุดเกราะแบบแมนดาลอเรี่ยนอยู่นั่นเอง -



- เกม Star Wars 1313 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมชื่อ Level 1313 อาศัยบนพื้นผิวดาว Coruscant โดยตัวเอกของเกมจะเป็น Bounty Hunter ที่ไม่ได้สวมชุดเกราะแบบเเมนดาลอเรี่ยนแต่อย่างใด -


- และยังมีพวก "Mandalorian Protectors"? ...ก็ไม่ใช่อะไรอื่น เป็นนักล่าเงินรางวัลที่ทำงานเป็นทีม กลายเป็นองค์กรอีกประเภทหนึ่งนั้นเอง เพียงแต่ทุกคนสวมชุดแบบ แมนดาลอร์เรี่ยน ทั้งหมด ( Mandalorian Protectors ก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 20ปี ก่อนยุทธการยาวินแล้ว หรือ ประมาณช่วงภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น The Clone Wars นั้นเอง) ซึ่งเป็นองค์กรนักล่าเงินรางวัลยุคใหม่หลัง Mandalorian ยุคเก่าในอดีตล่มสลายไป : ในภาพล่างนี้ จากหนังสือการ์ตูน Star Wars Tales 18 เป็นทีม Mandalorian Protectors นำโดย "Boba Fett" ยุคหลังยุทธการยาวินไปแล้ว (หลังภาพยนตร์ Episode 6) รูปลักษณ์ชุดเกราะเหมือนชุดเกราะของ Boba Fett ทั้งทีม -


- ตำนาน นักล่าเงินรางวัล หรือ Bounty Hunter คนอื่นๆอีกมากมาย ปรากฏในหนังสือการ์ตูนชุด "Star Wars : Bounty Hunters" -