>> คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด



ประวัติศาสตร์ ตำนาน เจได
VSซิธ คู่แค้นตลอดกาล



:: กำเนิดเจได


เจได กับ ซิธ อันไหนเกิดขึ้นก่อน? คำตอบคือ เจได

แรกเริ่มในตำนานโบราณไกลโพ้น Jedi มีรากเหง้าและชื่อเรียกตนเองจากพวก "je'daii" (ประมาณ 36,000 ปี ก่อนภาพยนตร์) อันเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มผู้เรียนรู้ปรัชญาลึกลับบน "ดาวไทธอน (Tython)" * Je'daii ก็คือชาวไทธานผู้อาศัยบนดาวไทธอนและได้เข้าร่วมเรียนฝึกฝนสัมผัสแห่งพลังในวิถีแห่ง Je'daii ...โดยทุกคนที่เป็น Je'daii ล้วนแต่เป็นชาวไทธาน แต่ก็ใช่ว่าเชื้อสายลูกหลานทุกคนของชาวไทธานจะเป็น Je'daii ...บางคนก็ใช้วิถีชีวิตปกติ...คำ Je'daii มาการผสมของคำโบราณ 2 คำ คือ Je แปลว่า อำนาจจิต และ Daii แปลว่า ศูนย์กลาง สองคำรวมกันเป็น Je'daii จึงสื่อถึง ผู้ที่ศึกษาการสร้างสมดุลย์แห่งอำนาจจิตพิเศษ หรือเรียกสั้นๆว่า พลัง, สัมผัสพลัง หรือ The force

- เรื่องราวของประวัติศาสตร์ของ Je'daii ปรากฏในหนังสือการ์ตูนชุด Star Wars Dawn of the Jedi -


- "Book of Sith" และ The Jedi Path คัมภีร์ไบเบิ้ลศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเจได และ ซิธ ที่ตกทอดสืบต่อกันมานับแต่อดีตกาลอันไกลโพ้น : เป็นคู่มือการฝึกวิธีแห่งพลังและกระบี่แสง รวมทั้งประวัติศาศตร์ตำนานเจได-ซิธ ทั้งว่าด้วยศาสตร์ลี้ลับในตำนานอื่นๆ -

และต่อมา เมื่อประมาณ 25,000 ปีก่อนเรื่องราวในภาคภาพยนตร์ ทั่วทั้งกาเเลคซี่อยู่ภายใต้ระบอบการปกครองแบบ สาธารณรัฐแกแลคซี่ (Galactic Republic) เดียวกันทั้งหมด หรือนิยมเรียกสั้นๆว่า "สาธารณรัฐ" (โครงสร้างการปกครองใกล้เคียงกับระบอบประชาธิปไตย) Je'daii ก็ได้เปลี่ยนเรียกเป็น Jedi แทนตามที่เราคุ้นเคยกันในภายหลัง...เจไดได้รับการเคารพว่าเป็นผู้มีพลังภายในพิเศษ(The Force) อันมีอาวุธประจำตัวคือ "กระบี่แสง"(Lightsabers) ซึ่งสร้างจากเทคโนโลยีพิเศษอันหลอมรวม พลัง Force จากตัวเขาเอง+กับผลึกแก้วพิเศษ(Crystal) เจไดเป็นผู้รักษาความสงบ และผดุงความยุติธรรมของกาแลคซี่ เจไดระดับสูง-เก่งๆหนึ่งคนสามารถสู้นักรบทหารทั่วไปได้นับร้อยคน พลังของเจไดจึงเป็นที่น่าเกรงขาม ความสุขุมเยือกเย็น บวกความประพฤติดีงามช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ทำให้พวกเขาเป็นสุดยอดฮีโร่เสมอในช่วงเวลาแห่งความทุกข์เข็ญ หรือวิกฤติความขัดแย้งแห่งสงคราม และในที่สุดกลุ่ม เจได ก็ได้รับสถาปนาจากสาธาณรัฐให้เป็นองค์กรพิเศษอย่างเป็นทางการ มีหน้าที่ด้านดูแลความมั่นคง-รักษาความสงบเรียบร้อยหรือพิทักษ์สันติภาพ ชื่อองค์กร "สภาเจได (Jedi Council)" โดยมีศัพท์เรียกรูปแบบของวัฒนธรรม-วิถีชีวิตแบบเจไดว่า "ระเบียบเจได-นิกายเจได" (Jedi Order) อันมี วิหารเจได หรือ Jedi Temple เป็นศูนย์กลางทำการ ซึ่งตั้งอยู่บน ดาวคอรัสซังท์ (Coruscant) อันเป็นดาวนครหลวงของสาธารณรัฐนั้นเอง

* เจได ไม่ใช่ทหารรับจ้างโดยตรง แต่เป็นเชิงคล้ายๆนักบวชที่มีบทบาทเป็นนักรบได้ด้วยเรียกอีกอย่างว่า "อัศวินเจได(Jedi Knight)" (ประมาณพระวัดเส้าหลิน :) และนิกายเจไดก็ เป็นคนละส่วนกับกองกำลังทหารปกติซึ่งเป็นอีกองค์กรหนึ่งต่างหากอาทิ "กองทัพโคลน" แต่ทั้งนี้เจไดก็ต้องทำงานร่วมมือใกล้ชิดเมื่อมีภารกิจที่ต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก โดยเจไดมักจะเป็นผู้นำทัพและวางแผนกลยุทธ์การต่อสู้...และโดยปกติแล้วเจไดจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองทั่วไปของสาธารณรัฐ แต่จะเข้าไปมีบทบาทตัดสินใจทางการเมืองก็เฉพาะภาวะที่สุ่มเสี่ยงอันตรายจริงๆเท่านั้น และบางสถานะการณ์ เจได ยังทำหน้าที่เป็น "ทูตสันถวไมตรี" อีกด้วย

* "เจได" นั้นมีที่มาจากคำภาษาญี่ปุ่นที่ว่า "จิไดเกคิ" ที่แปลว่า "หนังย้อนยุค" ซึ่งหมายถึงหนังและละครซามูไรของแดนอาทิตย์อุทัย ที่ตัว "จอร์จ ลูคัส" ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวนั่นเอง

* ลูคัส ให้คำนิยามของคำว่า "ซิธ"-"Sith" หมายถึง คนที่คิดถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่ ทำสิ่งต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นในความโลภ ใช้ความรู้สึกดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นความเกลียด, ความโกรธ, ความขมขื่น ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นด้านมืดของพลังทั้งนั้น

เจได (Jedi) : ใช้วิถีด้านสว่าง(Light Side) : There is no emotion; there is peace. There is no ignorance; there is knowledge. There is no passion; there is serenity. There is no chaos; there is harmony. There is no death; there is the Force. : " ไร้ซึ่งอารมณ์ ย่อมมีความสงบ, ไร้ซึ่งความเขลา ย่อมมีปัญญาความรู้, ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ย่อมมีความปลอดโปร่ง, ไร้ซึ่งความโกลาหล ย่อมประสานกลมกลืน, ไร้ซึ่งความตาย นั่นคือ พลัง"... หลักปรัชญาของ เจได

ซิธ (Sith) : ใช้วิถีด้านมืด(Dark Side) : Peace is a lie, there is only passion. Through passion, I gain strength. Through strength, I gain power. Through power, I gain victory. : "ความสงบนั้นหลอกลวง มีเพียงกิเลสตัณหาเท่านั้น, เมื่อผ่านพ้นกิเลสตัณหา ข้าได้พละกำลัง, เมื่อผ่านพละกำลัง, ข้าได้อำนาจ, เมื่อผ่านอำนาจ, ข้าได้ชัยชนะ, เมื่อผ่านชัยชนะ, พันธนาการข้าจะแตกสลาย, พลังจะปลดปล่อยข้า"... หลักปรัชญาของ ซิธ

จุดยืนที่แตกต่างกันอย่างคนล่ะขั้วอีกอย่างระหว่างเจไดกับซิธ ก็คือกรณีแนวคิดทางการเมือง : เจได นิยมการปกครองแบบ ระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย ในขณะที่พวก ซิธ นิยมการปกครองแบบ ระบอบเผด็จการจักรวรรดินิยม นี่คือจุดที่ทำให้ เจได กับ ซิธ มิอาจร่วมจักรวาลเดียวกันได้!

- รูปซ้าย ดาวคอรัสซังท์ ถูกขนานนามว่า "นครแกแลคซี่ พิภพเอกนคร" ประกอบด้วยเมืองใหญ่ตึกสูงทันสมัยหนาแน่นครอบคลุมทั้งดาวจนแทบไม่เห็นพื้นที่ธรรมชาติ เมื่อเข้าไปใกล้ก็จะเห็นแสงไฟจากมเมืองระยิบระยับทั้งดาว : รูปขวา วิหารเจไดขนาดใหญ่เด่นตระหง่าน มีเสา 5 ต้นใหญ่เป็นสัญลักษณ์ -



- Jedi Council คือ สมาชิก Jedi Master 12 คน ที่มีประสบการณ์และความสามารถที่สูงเป็นผู้บริหารองค์กรเจได และเมื่อมีคนใน Council ตาย ก็จะมีการเลือกตั้ง หาคนใหม่มาแทน * แต่บางยุคก็มีมากกว่าหรือน้อย 12 คน (*ในรูปขวารายชื่อ Jedi Council ทั้ง 12 ในยุคภาคภาพยนตร์) -


- ตัวอย่างพลังของเจได เป็นฉากในตำนานอันลือลั่น ของอัศวินเจไดผู้นี้ "เมซ วินดู"(Mace Windu) เขาคือหนึ่งใน สมาชิกสภาเจไดระดับสูง ผู้มีวีระกรรมถล่มกองทัพหุ่นยนต์ราบเป็นหน้ากลอง ปรากฏในการ์ตูน 2D อนิเมชั่น ภาค Clone Wars ดูคลิปแล้วจะตะลึง! -


- ตัวอย่างการสร้าง กระบี่แสง Ligthsaber : ด้วยเทคโนโลยีพิเศษหลอมรวมพลัง Force + กับผลึกแก้วพิเศษ(Crystal) -


:: กำเนิดซิธ

เมื่อประมาณ 24,000 ปีก่อนก่อนภาคภาพยนตร์บน ดาวไทธอน นั้นเอง ได้มีเจไดกลุ่มหนึ่งเกิดมีแนวคิดที่แตกต่างจากนิกายเจไดปกติ โดยเน้นไปที่การใช้อารมณ์มากกว่าการใช้สติ-สมาธิ ถูกเรียกว่าเป็น "เจไดผู้ฝักใฝ่ด้านมืด" ซึ่งนิกายเจไดเห็นว่าเป็นสิ่งที่อันตราย จุึงเกิดความขัดแย้งนำไปสู่การแตกแยกลุกลามเป็นสงครามครั้งใหญ่ ที่เรียกว่า "The Force Wars" นั้นคือการต่อสูกันเองของเจไดระหว่างกลุ่มเจไดแบบดั้งเดิม ผู้นิยมฝ่ายสว่าง(Light Side) และกลุ่มเจไดผู้มีความคิดแปลกแยก ฝักใฝ่ด้านมืด(Dark Side)

- บน ดาวไทธอน เกิดสงคราม "The Force Wars" การต่อสูกันเองของเจไดระหว่าง ฝ่ายสว่าง(Light Side) และฝ่ายมืด(Dark Side) -

และต่อมาในช่วงประมาณ 7,000 ปีก่อนภาคภาพยนตร์ ผู้ฝักใฝ่ในด้านมืดก็พ่ายแพ้ถูกเนรเทศขับออกจากนิกายเจได ไปอยู่ ณ แดนรกร้าง ดวงดาวชายขอบแกแลคซี่แห่งหนึ่ง ชื่อดาว "คอร์ริบาน"(Korriban) (หรืออีกชื่อ Moraband) ซึ่งเป็นดาวที่มีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่ก่อนมานมนามกาลเลแล้ว เรียกกันชาว "ซิธ(Sith)" เลยเรียกดาวดวงนี้ว่า"ดาวซิธ" ไปด้วย ภายหลังเจไดด้านมืดก็เข้ายึดครองพื้นที่ดาวดวงนี้ได้ทั้งหมด เจไดด้านมืด จึงรับเอาคำว่า "ซิธ" มาใช้เป็นชื่อเรียกพวกตนเองนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา (รวมทั้งได้รับเอาศาสตร์/ภูมิปัญญา-วัฒนธรรมบางอย่างของสปีชีส์เผ่าซิธมาปรับใช้ผสมผสานบ้างด้วยเช่นกัน) กลายเป็น "นิกายซิธ(Sith Order)" ในที่สุด ซึ่งต่อมาก็มีกองกำลังพลและพลังความสามารถไม่ด้อยไปกว่าฝ่ายเจไดเดิมและสาธาณรัฐแต่อย่างใด ถึงขนาดจัดตั้งเป็น จักรรรดิซิธ อันยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ จึงเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกับฝ่ายเจไดและฝ่ายสาธารณรัฐ แย่งชิงอำนาจความเป็นใหญ่ในจักรวาล ทำสงครามขับเคี่ยวกันเรื่อยมา จนกลายเป็นตำนานอภิมหาสงครามจักรวาล สตาร์ วอร์ส อันลือลั่น ให้เราได้รับรู้กันนั้นเอง

*จริงๆพวกนิยม ด้านมืด มีเค้าก่อตัว-รากเหง้า มาตั้งแต่ยุค Je'daii แล้วโดยเรียกตัวเองว่า "True Dark Sons of Tython" แต่ก็ยังไม่เรียกเป็น "ซิธ" จนหลัง The Force wars ไปแล้ว นิกายซิธ จึงได้รับการจัดตั้งและหยั่งรากลึก มีบทบาทชัดเจน ดังกล่าวมาแล้ว

* พวกซิธมักนิยมตั้งฉายาพิเศษเฉพาะตัวของตน และใช้คำนำหน้าว่า "ดาร์ธ(Darth)" เช่น ดาร์ธ ซีเดียส ดาร์ธ เวเดอร์ (หรืออาจใช้ดาร์ธนำหน้าชื่อตรงๆ ก็แล้วแต่คน)...และซิธยังคงมีกระบี่แสง(แต่มักเป็นแสงสีแดง) เป็นอาวุธประจำตัวเช่นเดียวกับเจได รูปแบบการต่อสู้ของซิธจึงใกล้เคียงกับเจไดมาก ต่างกันเพียงวิถีแห่งการดึงพลังมาใช้เท่านั้น ข้อสังเกตที่ง่ายที่สุดว่าใครเป็นซิธ หรือ เจได ดูได้ที่ตา ซิธมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเมื่อขณะใช้พลังจะมีนัยน์ตาสีเหลืองขอบแดงก่ำเด่นชัดมาก เนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีของ Force ด้านมืด แต่นัยน์ตาเจไดยังคงมีสีปกติตามเดิม (แต่ซิธก็สามารถควบคุมสีนัยน์ตาไม่ให้ปรากฏได้)...ซิธระดับยอดฝีมือ-อาจารย์จะได้รับการเรียกว่า "ซิธลอร์ด(Sith Lord)"

- ดาว "คอร์ริบาน"(Korriban) ดาวของพวกสปีชีย์ซิธสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมซึ่งมีด้วยกันหลายเผ่า แต่ทุกเผ่า มีผิวหนังตัวสีแดงเหมือนกันหมด โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้พลังแบบนิกายซิธเลยในช่วงเริ่มแรก แต่ภายหลังก็มีซิธสปีชี่ย์แท้ๆบางคนได้ฝึกพลังในวิถีนิกายซิธแบบ เจไดผู้ฝักใฝ่ด้านมืด ด้วยเช่นกัน -


- ร่องรอยจักรวรรดิ ซิธ! โบราณกาล ณ ดาว "คอร์ริบาน" -


- วิดิโอคลิป เหตุการณ์ในอดีตกาล ยุค The Old Repuplic (จาก Game Star Wars The Old Republic 2011)... เมื่อซิธลอร์ด "Darth Vindican" เป็นซิธ สปีชี่ย์เลือดซิธแท้ๆ หรือ Sith Pureblood (ผิวหนังสีแดง) กับลูกศิษย์นาม "Darth Malgus" ทั้งสองร่วมต่อสู้กับอัศวินเจได "Darach" ...แต่ระหว่างการต่อสู้ Darth Vindican เกิดพลาดท่าเกิดบาดเจ็บสาหัส Darth Malgus จึงต้องปะทะ Darach ตัวตัว สุดท้ายก็ฆ่า Darach ได้สำเร็จ แล้วก็หันมาฆ่าอาจารย์ตัวเอง! Darth Vindican ที่บาดเจ็บไปเสียด้วย -


:: หนทางแห่งการเป็นเจได - ซิธ

การเป็นเจไดนั้นต้องรับข้อผูกมัดที่ลึกซึ้งและมีจิตใจที่หลักแหลม ชีวิตของเจไดคือการเสียสละ ไม่แต่งงานมีครอบครัว(ถ้าแต่งก็ต้องออกจากสมาชิกนิกายเจไดไปใช้ชีวิตเป็นคนทั่วไป) เจได คือผู้ที่มีสัมผัสของพลังพิเศษตามธรรมชาติ หรือ ศัพท์เฉพาะอีกอย่างว่า "เมดิคลอเรียน(Midichlorian)" เหนือกว่าคนปกติ ซึ่งฝังอยู่เซลล์ร่างกายตั้งแต่เกิด หากมีเจไดรุ่นผู้ใหญ่ไปพบเข้า ก็จะได้รับการขอตัวจากพ่อแม่ตั้งแต่ตอนเกิดหรือโดยเร็วที่สุด จากนั้นจะถูกนำตัวไปยัง วิหารเจได โดยนำไปชุบเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกเลยหรืออย่างมากก็อายุไม่ควรเกิน 7-8 ปี อันเป็นมาตรฐานของสภาเจได แต่หากอายุเกิน สภาเจไดก็มักจะไม่พิจารณารับมาฝึก ...ตัวอย่างกรณีนี้ เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Episode 1... "อนาคิน สกายวอร์คเกอร์" ซึ่ง อาจารย์เจได "ไควกอน จิน" รับตัวมาไว้ฝึกเป็นเจได ด้วยพบว่ามีอนาคินมีเมดิคอลเรียนสูงมาก แต่เผอิญอายุเกินมาตรฐาน จึงไม่ได้รับการยอมรับจากสภาเจไดในช่วงแรก...(*รายละเอียดเกี่ยวกับเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> อนาคิน )

เมื่ออยู่ในวิหารเจได เด็กๆจะได้รับการเลี้ยงดูและสั่งสอนตามวิธีของเจได โดยเรียกผู้ที่อยู่ระหว่างการฝึกฝนนั้นว่า "พาดาวัน(Padawan)" และเรียกผู้ฝึกว่า "เจไดมาสเตอร์ (Jedi Master)" การฝึกจิตที่นิกายเจไดที่ให้ความสำคัญคือ ต้องฝึกจิตให้อยู่ในด้านบวกหรือด้านสว่าง อันมีความสุขุม ความอดทน และความเมตตา และจะต้องระงับหลีกเลี่ยงอารมณ์ความรู้สึกในทางลบทั้งปวง โดยเฉพาะ ความเกลียด ความโกรธ และความกลัว อันจะนำให้จิตพลัดตกไปสู่หน "ด้านมืดของพลัง" ซึ่งจะกลายไปพวก "ซิธ" นั้นเอง

* ซิธ จะมีอยู่สองเเบบ แบบแรกคือ พวกที่ได้รับการฝึกด้วยพลังด้านมืดมาตั้งเเต่เเรกเริ่ม อย่าง "ดาร์ธ มอล" รับการฝึกจาก "ดาร์ธ ซีเดียส"(หรือสมุหนายก"พัลพาทีน")ตั้งเเต่เด็กๆซึ่งจะแนวการฝึกจิตตรงข้ามกับนิกายเจไดก็คือฝึกในวิถีของด้านลบหรือด้านมืด...กับอีกพวกคือเจไดที่จิตใจตกลงสู่ด้านมืด หรือที่เรียกกันว่า "Fallen Jedi" ที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์ก็ "เคาท์ ดูกู" และ "ดาร์ธ เวเดอร์" หรือ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ นั้นเอง...คำถาม? แล้วจะมีพวกซิธที่กลับมาอยู่ด้านสว่างเจไดบ้างหรือไม่ คำตอบคือ มี ตัวอย่างก็ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ อีกนั้นแหละ...ในอดีตยุคเก่าก่อนก็มี "Darth Reven" อีกคน

- ภาพการคัดเลือกเด็กทารก ที่มีสัมผัสพลัง Force พิเศษ เพื่อเข้าสู่การฝึกเป็นเจไดในวิหารเจได : จากหนังสือการ์ตูน Star Wars Tales 13 ตอน "Children of the Force" (*ในรูปซ้ายเด็กน้อย คือ "เมซ วินดู" วัยทารก ถูกคัดเลือกไปฝึกเป็นเจได) -


- บรรยากาศ "อ.โยดา" ปรมาจารย์เจไดอาวุโส(อายุยืน 900 ปี!) ผู้นำสูงสุดแห่งสภาเจได(ในยุคภาคภาพยนตร์) ปราชญ์ผู้รอบรู้เป็นที่เคารพนับถือของเจไดทั้งปวง... กำลังฝึกเหล่าพาดาวันน้อยในวิหารเจได -


- ภาพซ้ายภาพหาดูยาก อาจารย์ของโยดา มีนามว่า "Gormo" เป็นสปีชีย์พันธุ์ Hysalria สี่ตา สี่มือ ตัวยาวเป็น งู! : และภาพขวา "เคาท์ ดูกู" วัยหนุ่ม เคยเป็นเจไดลูกศิษย์ของ อ.โยดา แต่ภายหลังตกเข้าสู่ด้านมืดกลายเป็น ซิธลอร์ด : จากหนังสือการ์ตูน Star wars Hasbro & Toys 'R' Us Exclusive 02 - Most Precious Weapon -


- The Sith and the Jedi are similar in almost every way, The difference between the two is the sith are not afraid of the dark side of the force. That is why they are more powerful. : ซิธกับเจไดก็คล้ายๆกัน แต่ที่ต่างก็คือ ซิธไม่หวั่นกลัวต่อพลังด้านมืด นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมพวกซิธถึงมีพลังมากกว่า...พัลพาทีนชักจูง อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ เข้าสู่วิถีแห่งพลังด้านมืด -


:: เจได VS ซิธ สงครามตลอดกาล!


หากย้อนไปในช่วงเวลายุคเก่า ยุคที่เรียกกันว่า "The Old Republic" ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ในภาคภาพยนตร์ ในส่วนของภาคหนังสือการ์ตูนและภาคนวนิยาย ในประวัติศาสตร์สมัยกาลก่อนหลายพันปี ซิธเเละเจได มีจำนวนมากพอๆกัน ทั้งยังมีพันธมิตรดวงดาวต่างๆเป็นของตน ต่างฝ่ายต่างก็มีวิหารสำหรับการฝึกสมาชิกตนเองบนสาขาดาวต่างๆทั่วจักรวาล และเมื่อใดที่ซิธเริ่มมีอำนาจเข้มแข็งมากขึ้นก็จะเริ่มหาพันธมิตรร่วมมือกันก่อความวุ่นวายรุกรานพวกเจไดและสาธารณรัฐ ทำสงครามพลัดกันแพ้กันชนะ ทีใครทีมัน เป็นยุคๆไป จนกระทั้งมาถึงยุคก่อนหน้าเหตุการณ์ในภาพยนตร์ไม่นาน พวกซิธก็ถูกปราบปรามจนราบคาบและเงียบหายไปนานจนเชื่อกันว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ที่จริงยังคงแฝงตัวหลบซ่อนกระจัดกระจายทั่วแกแลซี่เพื่อสะสมกำลังรอวันแก้แค้น อีกทั้งยังมีการอำพรางตนในเหล่าเจไดเองหรือแม้แต่เป็นสมาชิกในสภาสาธารณรัฐอีกต่างหาก และก็มาถึงช่วงเวลาในยุคของภาพยนตร์ เริ่มกันที่ Episode 1  ซิธก็ได้เริ่มเข้มแข็งขึ้นเปิดศึกก่อการอีกครั้งดังที่เห็นในตอนการปรากฏตัวของซิธลึกลับที่มีนามว่า "ดาร์ธ มอล" ทำการต่อสู้กับห้ำหั่นกับ อาจารย์เจได ไควกอน จิน จนไควกอนพ่ายแพ้ตายไปในที่สุด (*รายละเอียดเกี่ยวกับเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> ดาร์ธ มอล ) นับแต่นั้นมาพวกซิธก็ค่อยๆเข้มแข็งรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆด้วยเล่ห์เหลี่ยมล้ำลึกของ ดาร์ธ ซีเดียส ผู้ชักใยเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างลับๆ จนในที่สุดนิกายเจไดก็พลาดท่าพ่ายแพ้ ถูกสังหารจนแทบสูญพันธู์ ต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนๆ แล้วสาธารณรัฐก็ล่มสลายไปด้วย ซิธ สถาปนาระบอบจักรวรรดิซิธได้สำเร็จ ดาร์ธ ซีเดียส ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิปกครองจักรวาล ส่วนฝ่ายเจไดในท้ายที่สุดแล้วก็เหลือรอดชีวิตมีบทบาทหลักๆอยู่แค่เพียงคน 3 เท่านั้น นั้นคือ "อ.โยดา", "โอบีวัน" และ "ลุค สกายวอร์คเกอร์" แต่ อ.โยดา และ โอบีวัน ก็อยู่ในวัยแก่ชรามาก หมดเรี่ยวแรงจะต่อสู้แล้ว ลุค จึงเป็น เจไดความหวังเดียวเท่านั้น ดังปรากฏให้เห็นกันในภาพยนตร์ Episode 4

- คลิป ดาร์ธ มอล ที่คิดกันกว่าตายไปแล้ว กลับ รีเทิร์น คืนชีพ! อีกครั้ง โดยท่อนล่างได้รับการอัพเกรดกลายเป็นหุ่นยนต์ไซบอร์ก ในการ์ตูน 3D แอนิเมชี่น The Clone wars ทีวีซีรีย์ : ส่วนรูปขวา ดาร์ธ มอล ร่างไซบอร์กเช่นกัน ปรากฏใน หนังสือการ์ตูน Star Wars : Visionaries -


- "พัลพาทีน ; ดาร์ธ ซีเดียส " จาก สมุหนายก สู่ จักรพรรดิ : ซิธ ผู้เปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล+เล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองอันล้ำลึกสุดหยั่ง! น่าจะเป็นซิธที่เลือดเย็น-โหดเหี้ยม-เหลี่ยมจัดที่สุด เท่าที่เคยมีในประวัติศาสตร์จักรวาลสตาร์วอร์ส...แม้แต่ระดับปรมาจารย์เจได อ.โยดา รวมทั้งเจไดอาวุโสในสภาเจไดอื่นๆ ที่ว่าล้ำลึกแล้วก็ยังตามไม่ทัน กว่าจะรู้แผนการของพัลพาทีน ก็ถูกต้มหลอกใช้จนเปื่อย แถมสมาชิกนิกายเจไดก็ถูกฆ่าจนแทบสูญพันธุ์เรียบร้อยแล้ว -

จากภาพยนตร์ Episode 4 เป็นต้นไป จักรวรรดิซิธอันรุ่งเรืองสุดขีดภายใต้การปกครองของ ดาร์ธ ซีเดียส ที่เริ่มแก่ตัวลงมาก ก็ค่อยๆอ่อนกำลังลง และกอร์ปกับการร่วมมือร่วมใจต่อต้านต่อสู้อย่างแข็งขันของฝ่ายที่ต้องการฟื้นฟูสาธารณรัฐ ร่วมด้วยเจไดคนสุดท้าย ลุค สกายวอร์คเกอร์ (หรือที่ถูกเรียกว่า"ฝ่ายกบฏ") ท้ายที่สุดจักรวรรดิซิธก็กลับมาพ่ายแพ้ล่มสลายไปบ้าง เนื่องจากสถานะการณ์พลิกผันเมื่อตัวแปรสำคัญอย่าง ดาร์ธ เวเดอร์ อนาคิน เกิดกลับใจมาสู่ด้านสว่าง ฆ่า ดาร์ธ ซีเดียส เสียเอง สาธารณรัฐจึงกลับมาเจริญรุ่งเรื่องขึ้นอีกรอบ ส่วน ลุค สกายวอล์คเกอร์ ต่อมาก็ได้ก่อตั้งสถาบันฝึกเจได หรือ Jedi Academy ขึ้นมาใหม่ เพื่อสืบทอดนิกายเจไดให้ดำรงอยู่ช่วยพิทักษ์สันติภาพต่อไป โดยตั้งอยู่บนดาว "Yavin 4" พร้อมทั้งจัดตั้งระเบียบใหม่ของเจไดที่เรียกว่า "New Jedi Order" หรือ นิกายเจไดใหม่ โดยลุคได้ออกระเบียบใหม่ กำหนดให้เจไดสามารถเเต่งงานมีครอบครัวอย่างเปิดเผยเป็นทางการได้โดยไม่กระทบกับการเป็นสมาชิกเจได เพื่อเจไดจะได้ไม่พบกับเรื่องซ้ำรอยเเบบที่เกิดกับ อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ ผู้พ่ออีก ตัวลุคเองต่อมาก็ได้เเต่งงานมีครอบครัวด้วยเช่นกัน วิถีของนิกายเจไดใหม่จะเน้นไปที่การฝึกแบบทางสายกลางในวถี "ควบคุมอารมณ์" เเทนการ "หลีกเลี่ยงอารมณ์" แบบนิกายเจไดดั้งเดิม

และหลังจากภาพยนตร์ Episode 6 นับแต่ ดาร์ธ ซีเดียส สิ้นชีพไปแล้ว ก็จะเห็นว่าซิธได้ลดบทบาทลงไปอย่างมาก จนแทบจะสาปสูญ ถึงจะมีซิธโผล่มาบ้างก็ไม่ได้มีอิทธิพลยิ่งใหญ่เหมือนยุคก่อนที่เคยมีมา ทิ้งช่วงหายไปนานถึงนับร้อยกว่าปี...แต่แล้วในที่สุดซิธก็เกิดกลับฟื้นขึ้นใหม่อีกครั้งจนได้ ในยุค "เคด สกายวอร์คเกอร์(Cade Skywalker)" อันเป็นทายาท รุ่นเหลนของ ลุค สกายวอร์คเกอร์ โดยมีผู้นำซิธอันน่าเกรงขามนามว่า "ดาร์ธ เครยท์(Darth Krayt)" ได้ตั้งนิกายซิธใหม่ หรือ New Sith Order บนคอร์ริบาน ดาวเคราะห์แห่งอารยธรรมซิธดั้งเดิมนั้นเอง กลายเป็นจักรวรรดิซิธอันยิ่งใหญ่มีอิทธิพลในแกแลคซี่อีกครั้ง ได้สำเร็จ ในนิกายซิธใหม่นี้ สาวกต้องสักลวดลายสีดำลงบนตัว (แบบเดียวกับ ดาร์ธ มอล ในภาพยนตร์ Episode 1)...สงคราม เจได VS ซิธ ในจักรวาลสตาร์วอร์สจึงยังคงดำเนินต่อไป...เหตุการณ์สงครามครั้งใหม่ ในยุคจักรวรรดิซิธใหม่ของดาร์ธเครยท์...ปรากฏให้เห็นในภาคหนังสือการ์ตูนชุด "Star Wars : Legacy" (*รายละเอียดเกี่ยวกับเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> สงครามยุค Lecacy )

- "Star Wars Legacy" ซ้าย เจได "เคด สกายวอร์คเกอร์" : ขวา ซิธ "ดาร์ธ เครยท์" -


*ภาคผนวกแถม : เมื่อลัทธิ "เจได" ใน Star Wars เป็นมากกว่าภาพยนตร์

Star Wars และเรื่องราวแนวคิดของกลุ่มคนที่เรียกว่า "อัศวินเจได" อาจจะเป็นเพียงเรื่องแต่งจากมันสมองของ "จอร์จ ลูคัส" แต่มันก็มีพลัง, ให้แรงบันดาลใจ และน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่จะยึดถือเป็นลัทธิ-ศาสนา จริงจัง! กันเลยทีเดียว

จากรายงานของ CzechPosition.com สื่อในสาธารณะรัฐเช็กได้อ้างตัวเลขสถิติว่าปัจจุบันนี้มีประชากรจำนวนถึง 15,070 คนในประเทศที่ระบุว่าตัวเองนับถือศาสนา"อัศวินเจได" เปรียบเทียบแล้วก็ถือว่าไม่น้อยกับจำนวนประชากรประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ 1.08 ล้านคนนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาธอลิก และอีกประมาณ 4 ล้านคนไม่ระบุว่าตนเองนับถือศาสนาใด ๆ

เจไดเป็นนิกายที่ศึกษาความหมาย จนไปถึงการฝึกตนเพื่อเพื่อบังคับสิ่งที่เรียกว่า "พลัง" (The Force) ที่อาจจะเป็นได้ทั้งพลังในด้านสว่าง และด้านมืด แต่สำหรับเจได ต้องต่อสู้เพื่อสันติภาพ และความยุติธรรมด้วยพลังด้านสว่างเท่านั้น (นิยมด้านมืด เป็นพวก "ซิธ(Sith)" ในหนัง) กับภารกิจเพื่อความสงบเรียบร้อยในสาธารณรัฐแกแลคซี่ อันเป็นเรื่องราวที่ผู้กำกับชื่อดัง จอร์จ ลูคัส แต่งขึ้นเพื่อถ่ายทอดลงในมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars แต่คนกลุ่มหนึ่งกลับเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวสามารถนำมาปฏิบัติใช้ และเป็นแนวทางสำหรับการดำรงชีวิตได้

ซึ่งนอกจากประชากรชาวเช็กแล้วก็ยังมีชาวนิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักรอีกจำนวนไม่น้อยที่นับถือศาสนานิกายเจได จากข้อมูลเมื่อปี 2001 ของนิตยสาร Time ยังเปิดเผยว่ามีชาวอังกฤษจำนวนถึง 390,000 คนที่ระบุว่าตนเองกำลังดำเนินชีวิตไปตามความเชื่อแบบเจได

โดยในเว็บไซต์ http://www.jedichurch.org (รูปข้างๆ โลโก้เว็บ) ที่ผู้มีความศรัทธาต่อนิยายเจไดรายหนึ่งได้ริเริ่มขึ้น มีคำอธิบายถึงความเชื่อของพวกเขาโดยเฉพาะกับความเชื่อต่อสิ่งที่เรียกว่า "พลัง" ว่า... "คือสนามพลังงานที่ก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิต มันอยู่รอบตัวเรา, แทรกซึมไปถึงตัวเรา และผูกโยงจักรวาลเข้าด้วยกัน" พวกเขายังเชื่อว่าเป็นแนวคิดที่ไม่ได้แตกต่างอะไรกับความเชื่อของอีกหลาย ๆ ศาสนาที่ผู้คนในโลกนับถือกัน "ถือเป็นแนวคิดที่หลาย ๆ ศาสนามีร่วมกัน บ้างก็อ้างอิงพลังงานในฐานะพระเจ้า, บ้างก็อ้างอิงในฐานะพลังแห่งชีวิต แต่ที่เกือบทุกศาสนาเห็นพ้องต้องกันก็คือ มันมีพลังงานหนึ่งเดียวที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งอยู่จริง ๆ"

นอกจากนั้นยังมีคำอธิบายถึงภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซีสุดดังของ จอร์จ ลูคัส ว่ามีฐานะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้เข้าใจถึงแนวคิดความเชื่อเท่านั้น พวกเขาไม่ได้นับถือศาสนาและศรัทธาต่อตัวภาพยนตร์โดยตรงแต่อย่างใด...

..."พลังเป็นสิ่งที่มีมาตลอด และจะมีตลอดไป บ่อยครั้งที่สมาชิกในกลุ่มของพวกเราจะอ้างถึงหนัง เพื่อการอธิบายแนวคิดที่ว่าในดินแดนที่ห่างไกล และห้วงเวลาอันยาวนาน อาจจะมีใครซักคนที่เคยศรัทธาต่อแนวคิดแบบเจไดในระดับสูงมาแล้ว และข้อเท็จจริงก็คือมันเป็นแนวคิดที่สะท้อนไปถึงหลักศีลธรรมจรรยาอันลึกซึ้งที่มีอยู่ในตัวเรา เป็นหลักศีลธรรมที่มีมาก่อน Star Wars หนังจึงไม่ได้สำคัญต่อการดำรงอยู่ หรือจะมาลบล้างศาสนาเจได แต่เป็นประเด็นสำหรับการพูดคุยกันมากกว่า"

* ที่น่าคิดคือ...เมื่อมี "ลัทธิเจได" จริงๆเกิดขึ้นแล้ว จะมีกลุ่ม "ลัทธิซิธ" เกิดขึ้นมาเป็นฝ่ายตรงข้ามทำนองเดียวกับในหนังของ ลูคัส ด้วยหรือไม่ ฮึ ๆ :>