รีวิว-เล่าเรื่องย่อ
: Click เลือก | >> ภาคภาพยนตร์หลัก | ภาคแอนิเมชั่น ซีรี่ย์ Clone Wars & Rebels



-- ต้องการ ภาพยนตร์ทั้งหมด (รายละเอียดด้านล่างๆ) แจ้งความประสงค์/สอบถามเพิ่มเติมที่ bymics@gmail.com --

>> เรื่องย่อ ฉบับดั้งเดิมภาค 1-6 แบบสั้นๆที่สุด-เข้าใจง่ายที่สุด (ส่วนเรื่องย่อ ภาค 7 ล่าสุด มีเป็นแบบยาว เลื่อนล่างสุด)


Star Wars Episode 1-3 :
สาธารณรัฐ VS ฝ่ายแบ่งแยกดินแดน

- เริ่มจากชนวนของสงครามแรกสุด สมาพันธ์การค้า ทำการปิดล้อม-รุกรานดาวนาบู ส่งผลต่อมาขยายเป็นสงครามโคลนอันมีฝ่ายแบ่งแยกดินแดนเป็นผู้ชักใยสงคราม หมายโค่นล้มฝ่ายสาธารณรัฐ ขนานไปกับเรื่องราวพัฒนาการของของเด็กน้อยคนหนึ่งผู้มีพลังสถิตแรงมาก ชาวดาวทะเลทรายทาทูอินนาม "อนาคิน สกายวอล์คเกอร์" ผู้ถูกคาดการณ์ว่าคือผู้ถูกเลือกในตำนานของเจได หลังจากสงครามยุทธการดาวนาบู อนาคิน ก็ได้รับฝึกฝนในวิถีเจได โดย อ.เจได "โอบีวัน" แต่ เมื่ออนาคินโตเป็นหนุ่มก็ดันแหกกฏเจไดโดยแอบมีความสัมพันธ์ชู้สาวลับๆกับ ราชินี "อมิดาลา" แห่งดาวนาบู จนเธอตั้งครรภ์ลูกแฝด ... และอนาคินก็ค่อยๆถูกกลืนเข้าสู่ด้านมืดของพลังจนกลายเป็นซิธลอร์ด ได้ฉายา "ดาร์ธ เวเดอร์" ภายใต้การโน้มน้าวชี้นำของ ซิธลอร์ดลึกลับนาม "ดาร์ธ ซีเดียส" ซึ่งเผยในตอนท้ายว่า ซีเดียส ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือท่าน "พัลพาทีน" สมุหนายกผู้นำสูงสุดของฝ่ายสาธารณรัฐเสียเอง และแท้จริงก็ยังเป็นผู้นำลับชักใยฝ่ายแบ่งแยกดินแดนด้วยอีกต่างหาก ... สงครามจบลงที่ฝ่ายสาธารณรัฐพ่ายแพ้ล่มสลาย อมิดาลาก็ตายหลังคลอดลูกแฝด ทั้งเหล่าอัศวินเจไดก็ถูกฆ่ากวาดล้างสิ้นแบบไม่ทันตัังตัว เหลือแต่ อ.โอบีวัน กับ อ.โยดา ต้องลี้ภัยหลบหนีซ่อนตัว โดยลูกแฝดของอนาคินได้ถูกส่งไปสู่ที่หลบซ่อนลับเช่นกัน ... และแล้ว พัลพาทีน ก็กินรวบทั้งกระดาน เปลี่ยนการปกครองจาก ระบอบสาธารณรัฐเดิมไปเป็น ระบอบเผด็จการจักรวรรดิซิธแทน ตั้งตนเป็นจักรพรรดิปกครองแกแลคซีทั้งปวง โดยมี ดาร์ธ เวเดอร์ เป็นขุนพลซิธลอร์ดเคียงข้างนับแต่นั้นมา


Star Wars Episode 4-6 :
จักรวรรดิซิธ VS พันธมิตรกบฏ

- ว่าด้วยสงครามระหว่าง ฝ่ายจักรวรรดิซิธของพัลพาทีนและดาร์ธเวเดอร์ กับ พันธมิตรฝ่ายกบฏอันนำโดยเจ้าหญิงเลอา ( เหตุจากมีกลุุ่มคนไม่เห็นด้วยกับการปกครองในระบอบเผด็จการจักรวรรดิ จึงรวมตัวกันต่อต้าน เลยถูกเรียกกว่า พวกกบฏ ) โดยต่อมาฝ่ายพันธมิตรกบฏได้ผู้ร่วมอุดมการณ์หน้าใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อมานั่นคือ "ฮาน โซโล"กับสหายรักอย่าง "ชิวอี้" และ"แลนโด้" และคนพิเศษมากอีกคนก็คือ "ลุค สกายวอล์คเกอร์" หนุ่มน้อยชาวดาวทาทูอิน ผู้ซึ่งต่อมาได้รับการฝึกฝนในวิถีเจได โดย อ.โอบีวัน และ อ.โยดา ภายหลัง อ.เจได ทั้งคู่ก็ตายจากไป เหลือแต่ ลุค เขาจึงถือเป็นอัศวินเจไดคนสุดท้าย ... สงครามดำเนินไปจนท้ายที่สุด ความจริงเหนือคาดเผยว่าแท้จริง ลุคกับเลอา คือพี่น้องฝาแฝดกัน อันมีบิดาคือ ดาร์ธเวเดอร์! ... เวเดอร์ ระหว่างดวลกระบี่แสงกับลุค พยายามชักจูงลุคเข้าด้านมืดวิถีซิธ แต่แล้วเวเดอร์ก็กลับใจ หันไปฆ่าจักรพรรดิพัลพาทีนแทน เพราะทนเห็นลุคทรมานจากการถูกจักรพรรดิทำร้ายไม่ได้ ... หลังพัลพาทีนสิ้นชีพ ฝ่ายจักรวรรดิก็แตกพ่ายสลายตัวไป พันธมิตรฝ่ายกบฏได้รับชัยชนะ สงครามยุติลง แกแลคซีกลับสู่สันติอีกครั้ง

* สั่ง ภาพยนตร์...

* หากสนใจ ภาพยนตร์ 6 ภาค ในรูปแบบไฟล์วิดีโอ Digital Full HD .mkv (ขนาดไฟล์ประมาณ 4+ GB ต่อ 1 ภาค) แปลงจาก Blu-ray มาสเตอร์ล่าสุด 2015 Edition บรรจุในดีวีดี 7 แผ่น (*episode 3 แบ่งเป็น 2 แผ่น) (*ขอรบกวนน้ำใจในส่วนต้นทุน-ดำเนินการ เป็นเงิน 650 บาท) รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถาม-ติดต่อที่ : bymics@gmail.com

รายละเอียด เสียง-ซับ-ขนาดภาพ
- ทั้งเสียงพากย์-ซับ มีทั้ง ไทย-อังกฤษ ครบ
- ภาพ Full HD 1920x1080 ! ชัดกิ๊ก (ดีวีดีมาสเตอร์ปกติธรรมดาจะอยู่ที่ 720 x 560 )

* หรือหากจะต้องการ แบบดีวีดีมาสเตอร์ปกติ(6แผ่น) ด้วยก็แจ้งได้ (อันมีเมนูสวยงาม / 650บาท เช่นกัน)

* ไม่ได้ประกอบเป็นอาชีพ เป็นแค่การแบ่งปันความบันเทิงของสะสมส่วนตัว ที่ไม่มีจำหน่ายตามร้าน-ท้องตลาดทั่วไปในบ้านเรา จัดบรรณาการให้กับเพื่อนคนไทยกันเองที่มีใจรัก อยากได้จริงๆเท่านั้น


* จอร์จ ลูคัส ผู้สร้างและผู้คิดพล็อตเรื่องทั้งหมด ได้อธิบายว่า เดิมทีมีเจตนาที่ให้มีเนื้อเรื่องทั้งหมด 3 ไตรภาค หรือ 9 Episode แต่ผลก็ออกมาเป็นภาพยนตร์มีเพียง 2 ไตรภาคข้างต้น คือ Episode 1-6 เท่านั้น ส่วนเหตุที่สร้างภาค 4-6 ขึ้นมาก่อน เหตุเพราะด้วยเป็นตอนที่เข้มข้นและถึงจุดจบของสงคราม ทั้งด้วยเรื่องราวของ episode 1-3 มีหลายฉากที่เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ขณะเริ่มนั้นไม่เอื้ออำนวย จึงเป็นที่มาของการสร้าง 4-6 ก่อน (และก็มีจักรวาลขยาย ภาคต่ออื่นๆ ก็ออกมาในรูปแบบ หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน และเกม ฯลฯ มากมายแล้ว ดังที่แฟนสตาร์วอร์สคงพอทราบ อันเรื่องราวได้ขยายเกินกว่า 9 ภาค ดังที่ ลูคัส คิดไว้แต่แรกมากมายมหาศาล)

* ส่วนภาคภาพยนตร์ Epiosde 7-9 ปัจจุบันมีโครงการสร้างเป็นภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว (รวมทั้งภาคพิเศษขยายอื่นๆที่จะตามมา) ภายใต้การดูแลของ Disney ซึ่ง ลูคัส เองไม่ได้มีบทบาทต่อไป (อาจยังมีบ้างแต่ก็เพียงที่ปรึกษากว้าง แต่ไม่ได้ร่วมวงเต็มๆเหมือน Epiosode 1-6 ในอดีต) รอชมต่อๆไปในอนาคต

* และด้านล่างๆถัดไปนี้ จะเป็นเรื่องย่อ ในแบบขยายแบ่งเป็นแต่ละ Episode อีกคำรบ ... โดยถึงแม้จะขยายรายละเอียด แต่ยังไงแล้วสุดท้าย ใครยังไม่เคยดูก็ควรต้องหาโอกาสดูหนังเต็มๆอีกที ถึงจะฟิน! ด้วยในภาพยนตร์ฉบับเต็มนั้นยังมีแง่มุมเรื่องราว-ตัวละคร-รายละเอียดฉากปลีกย่อยที่น่าตื่นตาตื่นใจอืนๆอีกมากมาย :)

- ตัวอย่าง 10 ฉากดวลกระบี่แสง คัดจากทั้งหกภาค Episode 1- 6 -


1. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 1 : ภัยซ่อนเร้น (Star Wars Episode I : The Phantom Menace)

  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 1 : ภัยซ่อนเร้น (Star Wars Episode I: The Phantom Menace) ออกฉายในพ.ศ. 2542 เนื้อเรื่องในภาพยนตร์เป็นภาคแรกสุดในไตรภาคต้นของสตาร์ วอร์ส (แต่ถือเป็นภาพยนตร์สตาร์ วอร์สภาคที่สี่ ถ้าถือตามลำดับการสร้าง)

ในปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวิน เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการค้า ระหว่าง สหพันธ์พาณิชย์ กับ ดาวนาบู (Naboo) ซึ่งก่อให้เกิดการปิดล้อมดาวนาบูขึ้น สมุหนายกวาโลรัม (ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐ)ได้ลอบส่งอัศวินเจไดสองนาย คือ ไควกอน จินน์ (Qui-Gon Jinn) และโอบีวัน เคโนบี (Obi-Wan Kenobi) ออกไปแก้ปัญหาอย่างลับๆ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า แท้จริงแล้วสหพันธ์พาณิชย์นั้นได้ร่วมมือกับดาร์ธ ซิเดียส (Darth Sidious) ผู้ลึกลับ ซึ่งเป็นผู้สั่งการรุกรานดาวนาบู และสั่งฆ่าเจไดทั้งสองทันทีที่เดินทางไปถึงยังยานสหพันธ์ แต่อย่างไรก็ตาม ไควกอน และโอบีวันก็หลบหนีออกมาได้และเดินทางไปยังดาวนาบู บนดาวนาบู เจไดทั้งสองได้พบกับจาร์ จาร์ บิงคส์ (Jar Jar Binks) ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนดาวนาบู จาร์ จาร์ บิงส์ช่วยพาเจไดทั้งสองคนหลบหนีกองทัพสหพันธ์ฯ ไปยังนครกันก้าเมืองใต้บาดาลของชาวกันแกน ในขณะเดียวกันทางด้านสหพันธ์ฯ ก็บุกรุกเข้าสู่นาบูและจับตัวราชินีแพดเม่ อมิดาลา (Queen Amidala) ผู้นำนาบูไว้ ด้านสองเจไดได้พบกับบอสแนซ (Boss Nass) ผู้นำชาวกันแกน และขอให้แนซช่วยชาวนาบู แต่แนซปฏิเสธและได้ให้ยานแก่เจไดทั้งสองไป ด้วยยานดังกล่าว เจไดทั้งสองพร้อมด้วยจาร์จาร์บิงส์ได้เดินทางไปถึงเมืองหลวงของนาบู และเข้าช่วยเหลือราชินีอมิดาล่าจากกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ไว้ได้ จากนั้นพวกเขาเดินทางสู่คอรัสซังท์ (Coruscant) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐ (Galactic Republic) เพื่อขอความช่วยเหลือจากสภาสูง ในระหว่างการเดินทางหลบหนีออกจากดาวนาบูนั้น ดรอย์ตัวหนึ่ง รหัส R2-D2 (เลยเรียกชื่อตามรหัสว่าหุ่น อาร์ทูดีทู) ได้กลายเป็นฮีโร่ เมื่อสามารถช่วยซ่อมแซมยานขณะถูกยานของสหพันธ์ไล่ยิงได้

อย่างไรก็ตาม จากการถูกโจมตีระหว่างเดินทางหลบหนีนั้น ทำให้จำเป็นต้องลงจอดยานบน ดาวทะเลทราย ทาทูอีน (Tatooine) เพื่อทำการซ่อมแซม ในระหว่างหาซื้ออะไหล่ที่ต้องการอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker) ทาสของพ่อค้าอะไหล่ชาวต่างดาวนาม วัตโต้ (Watto) อนาคินเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านการเป็นนักบินและการประดิษฐ์สิ่งจักรกลต่างๆ [เขาได้สร้างดรอย์ตัวหนึ่งได้เกือบสมบูรณ์ โดยให้ชื่อว่า ซีทรีพีโอ (C-3PO)] ไควกอน จินสัมผัสถึงพลังที่แข็งแกร่งในตัวอนาคิน และรู้สึกว่าเขาอาจเป็นผู้ที่ถูกเลือก และนำสมดุลมาสู่พลัง ตามคำทำนายโบราณของเจได ไควกอนนำอนาคินเข้าสู่การแข่งขัน พอดเรซ (podrace) และพนันกับวัตโต้ในการให้อิสระแก่อนาคินหากอนาคินชนะการแข่งขัน (เพียงอนาคินเท่านั้น เนื่องจากไควกอนไม่สามารถต่อรองขอแลกอิสรภาพของทั้งอนาคินและแม่ได้) พร้อมกับไควกอนจะได้อะไหล่ยานที่ต้องการ อนาคินชนะการแข่งขันและได้ร่วมเดินทางสู่คอรัสซังท์ซึ่งไควกอนตั้งใจจะขออนุญาตจากสภาเจไดในการฝึกฝนอนาคินให้เป็นเจได แต่ในขณะเดียวกันนั้น ดาร์ธ มอล (Darth Maul) ศิษย์ของซีเดียสได้ถูกส่งมายังทาทูอีนเพื่อกำจัดเจไดทั้งสองและจับตัวราชินีอมิดาล่า โดยดาร์ธ มอลปรากฏตัวขึ้นในขณะที่พวกไควกอนกำลังจะขึ้นยานเพื่อเดินทางออกจากทาทูอีน ดาร์ธ มอลได้ต่อสู้กับไควกอน แต่ไควกอนก็สามารถขึ้นยานและเดินทางออกจากทาทูอีนได้สำเร็จ

บนคอรัสซังท์ ไควกอนได้แจ้งแก่สภาเจไดถึงบุคคลลึกลับที่เขาต่อสู้ด้วยบนทาทูอีน และเนื่องจากบุคคลผู้นั้นมีศิลปะการต่อสู้แบบเจได ทำให้สภาเป็นกังวลว่านี่อาจจะเป็นสัญญาณการกลับมาของนิกายซิธ (Sith) ผู้ใช้ด้านมืดของพลังอันได้หายสาบสูญไปนานแล้ว จากนั้นไควกอนได้แจ้งแก่สภาถึงเรื่องอนาคินและหวังว่าเขาจะได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนอนาคินเป็นเจได แต่หลังจากได้รับการทดสอบแล้ว สภาเจไดได้ทำการปฏิเสธที่จะฝึกฝนอนาคินให้เป็นเจไดเนื่องจากเขามีอายุเกินกว่ามาตรฐานตามที่กฎของนิกายเจไดกำหนดไว้ และพวกเขายังกังวลถึงอนาคตที่มืดมัวและความกลัวอย่างรุนแรงที่พวกเขาสัมผัสได้ในตัวอนาคิน ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิกพัลพาทีน (Palpatine) จากดาวนาบู ก็ได้ใช้สถานการณ์ของราชินีอมิดาล่าให้เป็นประโยชน์ โดยโน้มน้าวให้เธอยื่นไม่ไว้วางใจต่อสมุหนายกวาโลรัม เพื่อที่ตนเองจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมุหนายกคนใหม่(แล้วก็ได้รับเลือกสำเร็จในที่สุด) หลังจากนั้นราชินีอมิดาล่าได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังนาบู เพื่อต่อสู้กับการรุกรานเนื่องจากเห็นว่าสภาไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ และกว่าที่พัลพาทีนจะได้รับเลือกให้เป็นสมุหนายกคนใหม่ก็คงสายเกินไป โดยที่เจไดทั้งสองนาย ไควกอนและโอบีวันได้ร่วมเดินทางไปยังนาบูกับราชินีอมิดาล่าด้วย

ไควกอน จินและโอบีวัน เคโนบีกำลังต่อสู้กับดาร์ธ มอลบนดาวนาบู เมื่อถึงดาวนาบู ราชินีอมิดาล่าได้เข้าพบชาวกันแกนและขอความช่วยเหลือ ในการต่อสู้กับกองทัพสหพันธ์ฯ หลังจากต่อสู้กับกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ฯ ไปได้ระยะหนึ่ง กองทัพกันแกนก็จวนเจียนจะพ่ายแพ้ แต่ก็กลับมาเป็นฝ่ายชนะ เมื่ออนาคินขับเครื่องบินรบและสามารถทำลายยานบัญชาการกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ฯ ซึ่งทำให้กองทัพดรอย์หยุดการทำงานได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ทางด้านราชินีอมิดาล่าก็ได้พากำลังทหารของเธอกลับไปที่พระราชวัง เพื่อจับตัวอุปราชของสหพันธ์ฯ และในเวลาเดียวกันดาร์ธ มอลก็กำลังต่อสู้กับเจไดทั้งสอง เขาสังหารไควกอนได้สำเร็จ แต่ดาร์ธ มอลก็กลับถูกโอบีวันฆ่าตาย ก่อนที่ไควกอนจะสิ้นใจ เขาได้สั่งเสียโอบีวันให้ฝึกฝนอนาคินเป็นเจได ซึ่งโอบีวันก็รับปากตามที่ไควกอนขอ หลังการสู้รบจบสิ้น สภาเจไดแต่งตั้งให้โอบีวันเป็นอัศวินเจได โอบีวันเอ่ยถึงความตั้งใจของไควกอนที่ต้องการฝึกฝนให้อนาคินเป็นเจไดกับ อ.โยดา (Yoda) (เจไดอาวุโสสูงสุดแห่งสภาเจได) โยดาอนุญาตให้โอบีวันรับอนาคินเป็นศิษย์อย่างไม่เต็มใจ ในพิธีเผาศพของไควกอน เมซ วินดู (Mace Windu) (เจไดอาวุโส)และโยดาเห็นต้องกันว่าการตายของไควกอนนั้นเป็นฝีมือของซิธ และเนื่องจากซิธจะต้องมีสองคนเสมอ "อาจารย์หนึ่งศิษย์หนึ่ง" ตามกฏแห่งสองของนิกายซิธ วินดูและโยดาจึงเชื่อว่ายังมีซิธอีกคนเหลืออยู่ที่ไหนสักแห่ง ภาพยนตร์ปิดฉากลงด้วยการเฉลิมฉลองอิสรภาพจากสหพันธ์ฯ บนดาวนาบู ราชินีอมิดาล่าได้มอบของขวัญให้แก่แนซเพื่อเป็นการยกย่องและเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ


2. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 2 : กองทัพโคลนส์จู่โจม (Star Wars Episode II : Attack of the Clones)

  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 2 : กองทัพโคลนส์จู่โจม (Star Wars Episode II: Attack of the Clones) ออกฉายในปีพ.ศ. 2545

10 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ที่ดาวนาบู(Naboo) จาก เอพพิโซด 1 มีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นในวุฒิสภากาแลคติค ดาวระบบสุริยะหลายพันดวง ได้แสดงเจตจำนงว่าจะถอนตัวออกจากสาธารณรัฐ (Galactic Republic) ในนาม สหภาพพิภพอิสระ (Confederacy of Independent Systems - CIS) หรือที่นิยมเรียกว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ภายใต้การนำของ เคาท์ ดูกู (Count Dooku)ผู้เคยอยู่ในสภาเจไดมาก่อนแต่แยกตัวลาออกไป สร้างความลำบากใจให้กับเหล่าอัศวินเจไดซึ่งมีจำนวนน้อย ในอันที่จะรักษาความสงบและระเบียบของกาแลคซี่ วุฒิสมาชิกแพดเม่ อมิดาล่า (Padme Amidala) อดีตราชินีแห่งดาวนาบู(หมดวาระจากการเป็นราชินี ตอนนี้กลายเป็นนักการเมืองแทน) ที่เดินทางกลับมายังสภากาแลคติก ณ คอรัสซังท์ (Coruscant) เพื่อลงคะแนนเสียงในการจัดตั้งกองทัพของสาธารณะรัฐ ได้พบกับเหตุการณ์ลอบสังหาร ส่งผลให้เธอจะต้องอยู่ภายใต้การอารักขาของ อัศวินเจได 2 นายคือ โอบีวัน เคโนบี (Obi-Wan Kenobi) และ อนาคิน สกายวอล์กเกอร์ (Anakin Skywalker) (อนาคินโตเป็นหนุ่มแล้ว) เมื่อมีการลอบสังหารเธอเกิดขึ้นอีก โอบีวันและอนาคินสามารถจับกุมตัวผู้ลอบสังหารได้แต่ขณะที่กำลังซักถามถึงผู้ที่ว่าจ้าง ผู้ลอบสังหารคนนั้นก็ถูกฆ่าปิดปากโดยนักล่าเงินรางวัลอีกคนหนึ่ง ทำให้โอบีวันต้องแยกไปเพื่อสืบหาตัวนักล่าเงินรางวัลกับผู้ที่ว่าจ้าง จึงเหลือเพียงอนาคินคนเดียวที่จะต้องปกป้องวุฒิสมาชิกอมิดาล่ากลับสู่ดาวนาบูเพื่อความปลอดภัย และผลจากการใกล้ชิดของทั้งสองนี้เองที่ทำให้เกิดความรักต้องห้ามขึ้น

กลับมาที่โอบีวัน ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนเก่าของเขาคนหนึ่งนาม เด็กซ์เตอร์ เจ็ตส์เตอร์(Dexter Jettster) รวมทั้งอาจารย์โยดา (Yoda) ทำให้โอบีวันค้นพบ ดาวคามิโน (Kamino) ซึ่งไม่ปรากฏอยู่บนแผนที่แกแลคซี่ เพราะมีคนลบมันออกจากฐานข้อมูลได้สำเร็จ เมื่อได้รู้ว่ามีการอ้างสร้าง กองทัพโคลน(Clone Army)เพื่อสาธารณะรัฐโดยอาจารย์เจไดคนหนึ่งนาม ไซโฟร์ ดิแอส (Sifo Dyas) ผู้ถูกฆ่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทำให้โอบีวันติดตาม นักล่าเงินรางวัลแมนดาลอเรี่ยนนาม จังโก้ เฟ็ทท์ (Jango Fett) อันผู้เป็นต้นแบบของมนุษย์โคลนส์ซึ่งมีการปะทะกับโอบีวัน และติดตามต่อสู้กันไปยัง ดาวจีโอโนซีส (Geonosis) ที่ซึ่งโอบีวันได้พบกับ โรงงานสร้างดรอยด์ลึกลับขนาดใหญ่ พร้อมกับอุปราชของสหพันธ์พาณิชย์(ที่เคยล้อมดาวนาบูในภาคแรก) ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารอมิดาล่านั้นเอง ช่วงขณะเดียวกันนั้นอนาคิน (พร้อมด้วยแพดเม่) ได้เดินทางไปยังดาวทาทูอินเพื่อช่วยแม่ของเขา แต่พอไปช่วยแม่เขาก็สิ้นใจเสียแล้ว จังหวะพอดีโอบีวันได้ส่งข้อความข้อความช่วยเหลืออนาคิน ก่อนที่จะพลาดท่าถูกเคาท์ดูกูจับตัวไว้ หลังจากที่อนาคินได้รับข้อความของโอบี-วันแล้วส่งต่อถึงสภาเจได ทำให้เขารีบไปช่วยเหลือแต่ก็ไม่สำเร็จกลับถูกจับไว้อีก และถูกตัดสินประหารชีวิตทั้ง 3 คน

ด้วยเหตุที่วุฒิสภารู้ว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนกำลังรวมทัพกับสหพันธ์พาณิชย์เพื่อการรุกรานสาธารณรัฐ จึงมีการยกอำนาจฉุกเฉินให้กับ สมุหนายกพัลพาทีน (Palpatine) ส่งผลให้เขามีอำนาจสร้างกองทัพที่เกรียงไกร เหล่าอัศวินเจได พร้อมกับกองทัพโคลนที่ถูกอนุมัติใช้ ภายใต้การนำของ อ.โยดา ขณะนั้นอาจารย์เจได เมซ วินดู พร้อมด้วยอัศวินเจไดกว่า 200 นาย บุกไปช่วยโอบีวัน อนาคิน และ อมิดาล่า ที่จีโอโนซิส ในขณะที่เจไดกำลังเสียท่ากับพวกนักรบดรอยด์อยู่ อ.โยดานำกองทัพโคลนส์มาช่วยได้ทัน ทำให้เจไดรอดตาย แล้วสงครามระหว่างกองทัพดรอยด์และกองทัพโคลนได้เกิดขึ้น และเจไดที่เหลือก็ลงสนามรบด้วย ขบวนการแบ่งแยกต่างๆ เห็นว่ากำลังพ่ายแพ้จึงถอนทัพกลับ เคาท์ดูกูหนีไปยังโรงเก็บยาน โอบีวันและอนาคินตามไป อนาคินโดนพลังสายฟ้าฟาดจนสลบเหลือเพียงโอบีวันเพียงคนเดียวจึงต่อสู้ด้วยกระบี่แสง แต่ก็พลาดท่าเคาท์ดูกู บาดเจ็บ อนาคินฟื้นขึ้นมาและดวลกระบี่แสงโดนเคาท์ดูกูตัดแขนขวาขาด! ต่อมา อ.โยดา ได้มาช่วย ดวลพลังกับเคาท์ดูกูไม่แพ้ไม่ชนะกัน จึงดวลด้วยกระบี่แสง เคาท์ดูกูเห็นว่าตนอยู่สถานะการณ์ที่เสียเปรียบอาจพลาดท่า จึงปลีกตัวหลบหนีไปได้ เมื่อได้รับชัยชนะ อนาคินและอมิดาลาแต่งงานกันอย่างลับๆ โดยมีแค่ซีทรีพีโอและอาร์ทูดีทูเป็นพยาน กรณีความเป็นมาของกองทัพโคลนแท้จริงแล้วเป็นมาอย่างไรแน่ ก็ยังเป็นเรื่องลึกลับอยู่ แต่สภาเจไดก็ไม่ให้ความใส่ใจนัก เพราะยังไงกองทัพโคลน ก็อยู่ในสังกัดรับใช้ฝ่ายสาธารณรัฐซึ่งการมีกองทัพโคลนนั้นเป็นผลดี กับสถานะการณ์สงครามใหญ่อันครุกรุ่นรุนแรงกับฝ่ายแบ่งแยกดินแดนอยู่ ณ ขณะนั้น ที่เรียกกันต่อว่า สงครามโคลน (The Clone Wars)...



* แทรกด้วย แอนิเมชั่น ทีวีซีรี่ย์
The Clone Wars เป็นเรื่องราวเหตุการณ์แทรกรอยต่อระหว่าง ภาพยนตร์ Episode 2 และ 3 ซึ่งมีทั้งการ์ตูน 2D ทีวีซี่รี่ย์ (สองรูปซ้าย) และ 3D ทั้งภาค The Movie(2008) (รูปซ้าย) และภาคซี่รี่ย์ 6 Season จบ (สองรูปกลาง) ... เพิ่มเติม คลิกที่นี่


3. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3 : ซิธชำระแค้น (Star Wars Episode III : Revenge of the Sith)

  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3 : ซิธชำระแค้น (อังกฤษ: Star Wars Episode III: Revenge of the Sith) เป็นตอนที่สามในภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส (แต่สร้างเป็นลำดับที่ 6) เริ่มฉายเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2548

สงครามเหนือน่านฟ้าคอรัสซังท์
3 ปีหลังจากเหตุการณ์ ต่อเนืองมาจาก สงครามโคลน ในเอพพิโซด 2 เป็นต้นมา สาธารณรัฐตกอยู่ในวงล้อมของสงครามแห่งยุค โดยฝ่ายแบ่งแยกดินแดนภายใต้ผู้นำของซิธลอร์ดลึกลับ(ดาร์ธ ซีเดียส) กับ เคานท์ ดูกู และผนวกด้วยหัวหน้าทางการทหารที่มีร่างเป็นไซบอร์กของฝ่ายแบ่งแยกดินแดน นาม นายพลกรีวัส(Grevious) แห่งกองทัพดรอยด์ ได้ทำแทรกซึมเข้าโจมตีคอรัสซังท์(Coruscant) และจับตัวสมุหนายกพัลพาทีน (Palpatine)ไปได้ ในขณะที่พวกดรอยด์พยายามหลบหนีออกจากคอรัสซังท์ มหาสงครามอวกาศก็ระเบิดขึ้น อัศวินเจได อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker)และอาจารย์เจไดโอบีวัน เคโนบี (Obi-wan Kenobi) กำลังปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือสมุหนายก สองเจไดสู้ตะลุยกองยานของฝ่ายแบ่งแยก ขณะปฏิบัติภารกิจ ยานของโอบีวันก็ถูกโจมตีโดย บัซดรอยด์ และดรอยด์ประจำยานของโอบีวัน นาม อาร์โฟร์-พีวันเซเว่น ก็ถูกทำลายยานโอบีวันจึงเสียหลัก อนาคินช่วยโอบีวันอย่างถึงที่สุด บวกความช่วยเหลือจากอาร์ทูดีทู เจไดทั้งสองก็ลงจอดลงบนยานธงของฝ่ายแบ่งแยกดินแดน ยาน "อินวิซิเบิล แฮนด์" (Invisible Hand) ได้อย่างปลอดภัย หลังจากอนาคินและโอบีวันฝ่าไปถึงยานธงได้สำเร็จ ขณะที่ทั้ง 2 กำลังต่อสู้กับกองทัพดรอยด์ อาร์ทูดีทูก็ช่วยเหลือพวกเขาจากโรงจอดยานพร้อมกับปกป้องตนเองจากพวกทหารดรอยด์ไปด้วย เจไดได้พบตัวสมุหนายกพัลพาทีนที่ถูกจับในห้องโถงใหญ่ แต่ในระหว่างนั้นพวกเขาได้เผชิญหน้ากับเคาท์นดูกูอีกครั้ง และการดวลกระบี่แสงก็เริ่มต้นขึ้น ขณะทำการต่อสู้โอบีวันพลาดท่าล้มฟุบหมดสติไป


ดูกูโจมตีโอบีวันด้วยพลัง
อนาคินต้องจึงต้องสู้ต่อไปโดยลำพัง แต่ท้ายที่สุดก็ชนะ โดยได้ตัดมือทั้งสองข้างของดูกูขาด พัลพาทีนที่มองดูเหตุการณ์อยู่จึงยุให้อนาคินฆ่าดูกูซะ โดยกล่าวว่าดูกูได้เคยตัดแขนของอนาคิน ต้องแก้แค้น ด้วยความโกรธและยั่วยุจากพัลพาทีน อนาคินจึงตัดหัวฆ่าดูกูซะ (ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่วิถีของเจไดที่จะฆ่าด้วยพลังความโกรธ) แต่แล้วถัดจากนั้นก็เกิดการระเบิดจากภายในของยาน จากการโจมตีของ ยานพิฆาตดารา วีเนเตอร์-คลาสกัวลาร่า ทำให้ยาน "อินวินซิเบิล แฮนด์" นั้น ไม่สามารถควบคุมได้และตกเข้าสู่บรรยากาศของคอรัสซังท์ แม้ว่าสมุหนายกพัลพาทีนจะเชื้อชวนให้อนาคินทิ้งโอบีวันไว้ เพื่อเอาตัวรอดไว้ก่อน แต่อนาคินก็ยังแบกเอาโอบีวันที่หมดสติขึ้นบนหลังและพยายามหาทางออกจากยานกับพร้อมพัลพาทีน

เผชิญหน้ากับนายพลกรีวัส
นายพลกรีวัสอยู่บนสะพานเดินเรือบนยาน อินวิซิเบิล แฮนด์ นั้น หลังจากกรีวัสสั่งการลูกเรือให้ควบคุมยานด้วยการเปิดเครื่องแรงดันฉุกเฉิน เขาก็ได้กักตัวเจไดและสมุหนายกไว้ด้วยกับดักเกราะแสง ทำให้ทั้งสามต้องถูกพาไปที่สะพานเดินเรือภายใต้การอารักขา แต่อาร์ทูก็สามารถหันเหความสนใจของนายพลกรีวัส ทำให้เจไดสามารถแก้สถานะการณ์ได้ และได้กระบี่แสงคืนมาและเป็นอิสระ จากนั้นกรีวัสก็ส่ง ไอจี-100 แมคนาการ์ด หุ่นดรอยด์อันทรงพลังไปต่อกรกับ 2 เจได โอบีวันรีบตัดหัวของไอจี-101ด้วยดาบของเขาในทันที แต่ดรอยด์ก็ยังสู้ต่อได้อีก โอบีวันต้องตัดตัวของมันออกเป็นครึ่งถึงจะหยุดมันได้ อนาคินเอาชนะไอจี-102และทำลายดรอยด์รบที่จะลากพัลพาทีนออกจากสะพานเดินเรือ 2 เจไดเข้าใกล้กรีวัสในที่สุด แต่นายพลใช้แผนเจ้าเล่ห์โดยการทำให้กระจกหน้าต่างแตก ทำให้อากาศภายในยานถูกดูดออกไปทำให้กรีวัสสามารถหลบหนีออกไปได้ ด้วยการใช้เคเบิลกรีวัสดึงตัวเขาเข้ายานแล้วหนีไปที่ยานนิรภัย โดยในตอนนี้ยานได้รับความเสียหายหนักยิ่งขึ้นทำ ยานกำลังจะตกพื้นคอรัสซังท์ แต่ในที่สุดอนาคินก็เข้าควบคุมและร่อนมันจนลงถึงพื้น สามารถลงจอดบนที่ลงจอดแห่งหนึ่งบนคอรัสซังท์ อย่างทุลักทุเลพอสมควร แต่ทุกคนก็ปลอดภัย

ณ คอรัสซังท์ อนาคินได้รับการยกย่องจากการสู้รบเยี่ยงวีรบุรุษ แล้วเพดเม่ได้บอกเรื่องน่าตื่นใจกับเขาว่าเธอได้ตั้งครรภ์แล้ว แต่ในคืนวันนั้นอนาคินก็ตื่นขึ้นกลางดึกด้วยความตกใจ เขาบอกแพดเม่ว่าเขาได้ฝันถึงเธอกำลังจะตายตอนคลอดเด็กและคำสาบานของเขาคือเขาจะไม่ปล่อยให้ฝันนั้นเป็นจริง สมุหนายกพัลพาทีนขออนาคินให้เข้าพบ ซึ่ง ณ ตอนนี่ วุฒิสภาได้มอบอำนาจฉุกเฉินสูงสุดให้กับพัลพาทีน ทำให้เขาสามารถควบคุมสภาสูงเจได(Jedi High Council)โดยตรง พัลพาทีนอยากได้ตัวอนาคินเป็นพวก จึงได้แต่งตั้งอนาคินให้เป็นผู้แทนส่วนตัวของเขาในสภา ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการเสียมารยาท ผิดธรรมเนียมปฏิบัติกับสภาเจไดเป็นอย่างยิ่ง เพราะกรณีนี้ควรจะผ่านความเห็นชอบจากสภาเจไดก่อน

สภาเจไดเคลือบแคลงพัลพาทีน
สภาเจไดเริ่มเคลือบแคลงใจในการเลื่อนตำแหน่งของอนาคิน และช่วงขณะเดียวกันนั้นเอง สภาเจไดไม่ได้ยกตำแหน่งอาจารย์ให้กับอนาคิน ทำให้อนาคินแสดงอาการโมโหเล็กน้อย สภาเจไดดำเนินการหารือเกี่ยวกับสงครามต่อ โดยให้อนาคินคอยอารักขาสมุหนายก และทางอาจารย์โยดา(Yoda) จะนำกองพันทหารโคลนส์เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือพวกวูคกี้(Wookiee)บนดาวคาชีค(Kashyyyk)ซึ่งกำลังถูกโจมตีจากฝ่ายแบ่งแยกดินแดน อนาคินรู้สึกโมโหและผิดหวัง ต่อมาโอบีวัน ที่ได้บอกอนาคินอย่างลับๆว่า สภาเจไดต้องการให้อนาคินรายงานทุกความเคลื่อนไหวของสมุหนายก ก็คือให้เขาสอดแนมนั้งเอง อนาคินไม่พอใจและรู้สึกสับสนกับสถานะการณ์ที่เป็นไป และรู้สึกถูกตัดขาดระหว่างการเป็นเพื่อนและความจงรักภักดี โอบีวันเองก็รู้สึกไม่ดีนักกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่คิดว่าอนาคินเข้าใจสถานะการณ์ดี(ทั้งที่จริงแล้วไม่)

โศกนาฎกรรมของดาร์ธเพลกัส
สมุหนายกพัลพาทีน และอนาคิน สกายวอร์คเกอร์ อยู่ด้วยกัน ณ กาแลคซี่โอเปร่าเฮาซ์ในเขตอัสครู อนาคินร่วมชมการแสดงกับพัลพาทีน พัลพาทีนบอกกับอนาคินว่าหน่วยข่าวกรองโคลนได้พบตัวนายพลกรีวัสแล้ว และทราบว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ ระบบดาวยูทาเปา อนาคินตื่นเต้นกับการที่รู้ว่าในที่สุดพวกเขาก็จะจับตัวนายพลกรีวัสและยุติสงครามได้สักที พัลพาทีนบอกกับอนาคินคินว่า เขาจะเคลือบแคลงใจในอำนาจของสภาเจได หากพวกเขาไม่ส่งอนาคินไปทำภารกิจนี้ พัลพาทีนให้ผู้ช่วยของเขาออกจากระเบียงให้หมด เหลือเพียงพัลพาทีนกับอนาคินเพียงลำพัง ที่ระเบียง พัลพาทีนเริ่มการชักจูงอนาคินเข้าสู่ด้านมืด ทำให้เขาไม่ไว้ใจเจไดด้วยการบอกว่าเจไดต้องการที่จะครอบครองสาธารณัฐเมื่อสงครามยุติลงได้ และเห็นเขาเป็นผู้ต้องสงสัย อนาคินยืนยันว่าเจไดไม่ไว้ใจพัลพาทีน ด้วยความจริงที่พัลพาทีนเข้าครอบครองวุฒิสภาและระบบสาธารณรัฐทั้งหมด อนาคินบอกพัลพาทีนว่าความไว้ใจของเจไดในตัวสมุหนายกนั้นสั่นคลอน และพัลพาทีนเห็นว่าสภาต้องการให้อนาคินสืบเรื่องของเขา และนั่นทำให้อนาคินรู้สึกไม่ซื่อตรง พัลพาทีนเล่าตำนานเก่าๆ เกี่ยวกับธรรมชาติของคนที่มีพลังอำนาจแต่กลัวที่จะสูญเสียมันไป ซึ่งกรณ๊นี้รวมทั้งเจไดด้วย แต่อนาคินพยายามที่จะปกป้องเจไดด้วยการพูดว่า พวกเขาใช้พลังในทางที่ถูก พัลพาทีนพร่ำต่อว่า ซิธและเจไดต่างเหมือนกันทั้งนั้น อนาคินตอบโต้กล่าวว่า ซิธมีความต้องการเพื่อที่ทำให้ตนเองแข็งแกร่ง คิดแค่ตนเองเท่านั้น แต่นั้นเจไดไม่เห็นแก่ตัว พวกเขาคิดถึงแต่ผู้อื่น หลังจากหยุดการสนทนาไปเล็กน้อย

พัลพาทีนถามอนาคินว่าเคยได้ยินเรื่องโศกนาฎกรรมของดาร์ธเพลกัสผู้ปราดเปรื่องหรือไม่ อนาคินตอบว่าเขาไม่เคย นั่นไม่ทำให้พัลพาทีนแปลกใจเลยเขาบอกว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เจไดจะไม่มีทางเล่าให้เขาฟัง พัลพาทีนบรรยายเกี่ยวกับดาร์ธเพลกัสว่า เขาคือดาร์ธลอร์ดแห่งซิธผู้ที่มากด้วยพลังและความรู้ เขาสามารถรวมมิดิคลอเรี่ยนเพื่อสร้างชีวิต มีความรู้และพลังทางด้านมืดซึ่งเขาใช้มันเพื่อช่วยเหลือคนที่เขารักจากความตาย ประโยคนั้นถึงกับดึงดูดความสนใจของอนาคิน(ซึ่งเป็นสิ่งที่พัลพาทีนต้องการอยู่แล้ว) และพัลพาทีนบรรยายเกี่ยวกับด้านมืดของพลังว่าเป็นหนทางสู่ความสามารถหลายหลาก ที่ถูกเจไดพิจารณาว่าผิดธรรมชาติ เมื่ออนาคินถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับดาร์ธเพลกัส พัลพาทีนจบเรื่องด้วยการตอบอนาคินว่า เพลกัสมีอำนาจมหาศาลจนกลัวว่าเขาจะสูญเสียมันไปซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็เสียมันในที่สุด โชคร้ายสำหรับเพลกัส เขาสอนศิษย์ทุกอย่างที่เขารู้และศิษย์ก็สังหารเขาตอนที่เขาหลับ พัลพาทีนพูดประชดประชันด้วยว่า เพลกัสสามารถชุบชีวิตของผู้อื่นได้แต่ไม่กับตัวเอง เมื่ออนาคินถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเรียนรู้พลังนี้เพื่อหยุดความตาย พัลพาทีนตอบอย่างง่ายดาย "ไม่ จากเจได"

ต่อมาในการประชุมที่สภาเจได อนาคินเปิดเผยเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับกรีวัส อธิยาบว่าได้รับข้อเสนอมาจากสมุหนายกว่า ให้เขาไปทำศึกยุติสงคราม จำกัดกรีวัสที่ยูทาเปา (สถานะการณ์ตอนนี้หากกำจัดกรีวัสได้สงครามก็จะยุติ) เมื่ออนาคินเสนอความสนใจที่จะไปตามคำเรียกร้องของพัลพาทีน เมซ วินดู กล่าวขึ้นว่าสภาจะเป็นคนตัดสินเองว่าใครไปไม่ใช่สมุหนายก อ.โยดาเสนองานนี้สำคัญมากควรอาจารย์ที่มีประสบการณ์มากไปเผชิญหน้าและเอาชนะกรีวัสเสีย อ.เจได คิ-อดิ-มันดี้ เห็นด้วยกับ อ.โยดา และเสนอชื่อให้ อ.โอบีวัน สภาเจไดเห็นตรงกัน จึงตัดสินใจให้ โอบีวัน เตรียมพร้อมไปทำศึกที่ดาวยูทาเปา

เปิดฉากสงครามบนยูทาเปาและคาชี้ก
โอบีวันได้เดินทางไปที่ยูทาเปา โดยมีเป้าหมายคือเพื่อกำจัดนายพลกรีวัสอันเป็นการยุติสงครามได้เสียที และทาง อ.โยดาเอง ได้ไปที่คาชี้กเพื่อสมทบกับกองทัพวูคกี้ โอบีวันได้ล่วงหน้ากองทัพโคลนไปก่อน เพื่อไปค้นหานายพลกรีวัส เมื่อไปถึงเขาพบว่ากรีวัสประชุมกับอุปราชสมพันธ์การค้า และส่งพวกเขาไปที่ ดาวมุสตาฟา โอบีวันจึงได้เผชิญหน้ากับกรีวัสและได้ต่อสู้กันขึ้น และเนื่องจากกรีวัสเคยถูก อ.วินดู ใช้พลังโจมตีก่อความเสียหายกับเกราะหน้าอก บาดเจ็บรุนแรงและไม่หาย (ในการ์ตูน Clone Wars) ทำให้กรีวัสไม่สามารถสู้ได้อย่างคล่องตัวนัก และขณะนั้นเองกองกำลังทหารโคลนก็มาสมทบด้วยพอดี กรีวัสเห็นไม่นาจะรับมือไหวจึงรีบหนีไป โอบีวันตามไปติดๆ ต่อสู้กับกรีวัสดุเดือด แล้วก็โจมตีจุดอ่อนที่แผงหน้าอกของกรีวัส จนกรีวัสสิ้นชีพในที่สุด

การตายของ อ. เมซ วินดู
อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ได้ล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้ว สมุนายก พัลพาทีน ก็คือ ซิธลอร์ด ดาร์ธซีเดียส ผู้ลึกลับนั่นเอง แต่อนาคินกลัวว่าจะเสียแพดเม่ อมิดาล่าไป ซึ่งสมุหนายกได้บอกกับอนาคินว่าตนนั้นมีวิชาที่สามารถทำให้คนตายสามารถคืนชีพขึ้นมาได้ ทำให้อนาคินเริ่มคิดหนักเกี่ยวกับซิธ แต่สุดท้ายก็ยอมที่จะบอกกับ อ. วินดู ว่าสมุหนายกก็คือซิธลอร์ด อาจารย์วินดูจึงรีบไปพบสมุหนายก และได้มีการต่อสู้กันเกิดขึ้น แล้วอนาคินก็เข้ามาพอดีขณะที่ วินดูจะฆ่าสมุหนายกพัลพาทีน ได้อยู่แล้วนั้น พัลพาทีนเริ่มเป่าหูอนาคินว่า"เจไดจะเข้าทำการยึดครอง ลบล้างสภาสูง" ส่วน อ.วินดู ก็ได้เตือนอนาคินว่าอย่าไปฟังสมุหนายก แต่สุดท้ายอนาคินด้วยความขัดแย้งในใจจากความที่ไม่อยากให้เพดเม่ตาย อยากเรียนรู้วิชาฟื้นชีพคนตายจากวิถีซิธกับพัลพาทีน จึงเกิดอาการหน้ามืดด้านมืดครอบงำฟันมือของวินดู ขณะที่วินดูกำลังจะลงดาบฟันสมุหนายก พัลพาทีนจึงใช้จังหวะนี้ปล่อยพลังสายฟ้าของซิธฆ่าวินดูทันที หลังจากนั้นพัลพาทีนจึงได้อนาคินเป็นศิษย์และแต่งตั้งให้เป็น ดาร์ธ เวเดอร์ (ถ้าเจ้าหน้าที่ในจักรวรรดิเองจะเรียกว่า "ลอร์ด เวเดอร์" แต่คนทั่วไปจะเรียกว่า "ดาร์ธ เวเดอร์")

คำสั่งที่ 66
พัลพาทีนได้มอบหมายภารกิจแรกให้กับเวเดอร์ คือการเข้าโจมตีและสังหารเหล่า "กบฎ" เจไดในวิหารเจได เวเดอร์รับคำสั่งนั้น และนำกองทหารที่ 501 เข้าร่วมปฏิบัติการ เวเดอร์ฆ่าเจไดทุกคนที่พบ รวมไปถึงจอมดาบอย่างซิน ดราลลิก และแม้แต่เหล่ายังลิงที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องประชุมสภาเจได ระหว่างนั้นเอง พัลพาทีนออกคำสั่งไปถึงเหล่าผู้บังคับบัญชาโคลนทรูปเปอร์ทั่วกาแล็กซีให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ 66 ซึ่งนำไปสู่การกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่และสงครามกลางเมืองกาแลกติก โคลนทรูปเปอร์ทั่วกาแลกซีแปรพักตร์เป็นปฏิปักษ์กับเหล่านายพลเจไดในทันที ที่ยูทาเปา โอบีวัน เคโนบี ถูกยิงตกจากหน้าผาแต่รอดชีวิต, ที่ไมกีโต้ อ.เจได กิ-อะดิ-มุนดิ ถูกยิงโดยโคลนทรูปเปอร์หมายเลข CC-1138, ที่เฟลูเซีย อัศวินเจได เอย์ลา เซคูรา ถูกยิงโดยโคลนทรูปเปอร์หมายเลข CC-5052, ที่คาโต้ เนโมเดีย ยานเจไดสตาร์ไฟท์เตอร์ของโพล คูน ถูกยิงตก และที่ซาลูคามี สปีดเดอร์ไบค์ของ เจไดสตราสส์ อัลลี ถูกยิงโดยโคลนทรูปเปอร์หมายเลข CC-8826 และเจ้าหน้าที่ร่วม ส่วนที่คาชี้ก โยดาเกือบถูกลอบสังหารโดยผู้บังคับบัญชากรีและร้อยโทลูกสมุน แต่ อ.โยดารู้ตัวก่อน จึงชิงลงมือตัดศีรษะทั้งสองเสียก่อน วุฒิสมาชิกเบล ออร์กานา มาถึงวิหารเจไดที่ตอนนี้ถูกไฟลุกท่วมและได้เป็นพยานรู้เห็นการสังหารพาดาวันเจไดนาม เซตต์ จูคาสซา โดยผู้บังคับบัญชาโคลนนาม อัปโป เบลหนีออกจากวิหารด้วยความหวาดกลัวและเดินทางออกจากคอรัสซังท์ด้วยยานแทนทีฟ 4 เพื่อพยายามติดต่อกับเจไดที่ยังรอดชีวิต

ผู้รอดชีวิต
วุฒิสมาชิก เบล ออร์กานา พาเจไดผู้รอดชีวิตอยู่ทั้งสอง คือ โอบีวัน เคโนบีและโยดามาที่วิหารเจได ณ วิหารเจได ทั้งหมด ต่างตะลึงกับร่างอันไร้วิญญาณของเหล่ายังลิงและพาดาวันที่เห็นเบื้องหน้า โอบีวันพยายามส่งสัญญาณหาเจไดผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ รวมทั้งอนาคิน โอบีวันเปิดเข้าไปดูในระบบรักษาการณ์แต่ต้องพบกับความเจ็บปวดที่เห็น อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ที่ไปภักดีต่อ ซิธลอร์ด โอบีวันตัดสินใจที่จะออกตามหาเวเดอร์ และสังหารเขา ก่อนไป โอบีวันได้บอกความจริงแก่แพดเม่ แต่เธอไม่ยอมรับ จึงขับยานเพื่อเดินทางไปยังระบบดาวมุสตาฟาเพื่อหาอนาคิน ซึ่งโอบีวันได้แอบลักลอบขึ้นยานมาด้วย

การต่อสู้บนมุสตาฟา
แพดเม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้อนาคินหนีไปใช้ชีวิตอย่างสงบกับตน แต่อนาคินโดนด้านมืดครอบงำสิ้นเชิงแล้ว หลงมั่วเมากับอำนาจของตน โอบีวันที่แอบลอบขึ้นยานมาได้ปรากฏตัวขึ้น ทำให้อนาคินโกรธ และคิดว่าแพดเม่พาโอบีวันมาเพื่อฆ่าตน จึงใช้พลังบีบคอแพดเม่จนสลบ และชักชวนให้โอบีวันร่วมมือกับตน แต่โอบีวันปฏิเสธทั้งสองจึงดวลกระบี่แสงกัน ในระหว่างที่โอบีวันสู้กับอนาคิน อาจารย์โยดาก็มาพบกับ พัลพาทีน ดาร์ธ ซีเดียส ทั้งสองเริ่มประลองพลังกัน ก่อนที่จะสู้กันด้วยกระบี่แสง ในขณะที่สู้กันโยดาพลาดท่า จึงหลบหนี ทางโอบีวันที่สู้กับอนาคิน ตั้งแต่ห้องโถงจนถึงลาวา โอบีวันกระโดดขึ้นไปอยู่บนที่สูง จึงเตือนอนาคินว่าอย่าสู้ต่อเพราะจะแพ้พลาดท่าแน่ แต่อนาคินไม่ฟังพร้องทั้งกระโดดขึ้นมา โอบีวันใช้กระบี่แสงตัดแขนซ้ายของอนาคินและขาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว...โอบีวันพูดกันอนาคินว่า "เจ้าเป็นผู้ถูกเลือก ควรจะทำลายล้างซิธไม่ใช่เข้าร่วม นำสมดุลมาสู่พลังไม่ใช่ทิ้งไว้ในความมืด" อนาคินบอกว่า "ข้าเกลียดท่าน" โอบิวันจึงพูดกับอนาคินต่อว่า"เจ้าเคยเป็นน้องข้า อนาคิน ข้าเคยรักเจ้า"...โอบีวันปล่อยให้ไฟคลอกอนาคิน โดยไม่ใยดี พร้อมทั้งเดินจากไป และขึ้นยานพาแพดเม่กลับ แต่แล้วดาร์ธ ซีเดียส ก็ได้นำยานมารับตัวอนาคินที่บาดเจ็บปางตายกลับไปรักษาได้ทัน

การเริ่มของจักรวรรดิเอ็มไพร์
หลังจากการต่อสู้บนมุสตาฟา อนาคินได้ถูกทำให้เป็นไซบอร์กโดยเสริมแขนขาเทียมเข้าไปและสวมหน้ากาก พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต ส่วนแพดเม่ก็คลอดลูกแฝดสองคนก่อนนางจะเสียชีวิต โดยเด็กผู้ชายตั้งชื่อว่า ลุค เด็กผู้หญิงตั้งชื่อว่า เลอา (มาตั้งนามสกุลตอนหลัง) โอบีวัน โยดาและวุฒิสมาชิกออร์การน่า ปรึกษากันเรื่องลูกทั้งสองคนของแพดเม่ เพื่อไม่ให้พวกซิธหาพบ วุฒิสมาชิกออร์กาน่าสั่งให้ลบข้อมูลการทูตของซีทรีพีโอออกทั้งหมด และวุฒิสมาชิกออร์กาน่าและภรรยาได้นำเลอาไปเลี้ยง ส่วนลุค โอบีวันนำไปให้ โอเวนน้องชายต่างบิดาของอนาคินกับภรรยาที่ทาทูอินเลี้ยงดู ส่วนตัวเขาเอง และอ.โยดาต่างแยกย้ายกันลี้ภัยซ่อนตัว

มาถึงตอนนี้ ดาร์ธ ซีเดียส หรือ พัลพาทีน ได้ประกาศเปลี่ยนการปกครองเป็นระบบจักรวรรดิ แทน ระบอบสาธารณรัฐเป็นที่เรียบร้อย และก็ประกาศตนเป็น จักรพรรดิปกครองแกแลคซีทั้งปวง



* แทรกด้วย แอนิเมชั่น ทีวีซีรี่ย์
Rebels เป็นเรื่องราวเหตุการณ์แทรกรอยต่อระหว่าง ภาพยนตร์ Episode 3 และ 4 ... เพิ่มเติม คลิกที่นี่

 

ภาคพิเศษ : Rogue One: A Star Wars Story (2016)
เหตุการณ์ช่วงก่อน episode 4 / เรื่องราว ว่าด้วยทีม Rogue ของฝ่ายกบฏ ขโมยแปลนดาวมรณะจากฝ่ายจักรวรรดิ
  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ (เร็วๆนี้)

ขออภัย จะอัพเดทต่อไปเร็วๆนี้


4. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4 : ความหวังใหม่ (Star Wars Episode IV : A New Hope)

  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4 : ความหวังใหม่ (Star Wars Episode IV: A New Hope) ออกฉายในปี พ.ศ. 2524 เป็นภาคแรกของสตาร์ วอร์ส (ถือเป็นภาคที่สี่เมื่อเรียงตามลำดับเหตุการณ์)

เป็นเวลา 19 ปีเต็มที่จักรวรรดิอันชั่วร้ายที่ใต้อำนาจของ จักรพรรดิพัลพาทีนได้ยึดครองกาแลกซี่มา มีเพียงกองทัพนิยมสาธารณรัฐ หรือ ฝ่ายกบฎ(ถูกฝ่ายจักรวรรดิเรียกเช่นนั้น)เท่านั้นที่ยังยืนหยัดต่อสู้ต่อต้าน เจ้าหญิงเลอา ออร์กาน่า วุฒิสมาชิก สาธารณรัฐ แห่งดาวอัลเดอราน ได้นำแบบแปลนของ ดาวมรณะ (สถานีอวกาศขนาดยักษ์ที่ทำลายดาวได้ทั้งดวง) ซึ่งสายลับไคล์ คาทาร์น ขโมยมาได้เพื่อส่งต่อให้กับกองทัพของฝ่ายกบฎ แต่ทว่า ดาร์ธ เวเดอร์ ซิธลอร์ดผู้เป็นมือขวาของจักรพรรดิได้นำกองกำลังของตนตามมาทัน จนจับตัวองค์หญิงเอาไว้ องค์หญิงไม่มีทางเลือกจึงเอาแปลนใส่ไปในตัวหุ่น อาร์ทูดีทู(R2-D2) และซีทรีพีโอ (C-3P0) (หุ่นล่ามแปลภาษา)ได้ติดตามไปด้วย ลงไปบนทาทูอีน เพื่อขอความช่วยเหลือจาก โอบีวัน เคโนบี นายพลเจไดของสาธารณรัฐเดิม หลังจากถูกปล่อยจากแคปซูลช่วยชีวิตลงมาบนดาวทาทูอีนแล้ว หุ่นทั้ง 2 ดันถูก จาวา ชนเผ่าเร่ร่อนขายของเก่าจับตัวไป ณ บนทาทูอินนั้นเอง ลุค สกายวอล์กเกอร์ เด็กหนุ่มอายุย่างยี่สิบ อาศัยอยู่กับ ลุงโอเวน และป้าเบรู ในไร่ปรับความชื้น เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถด้านเครื่องจักรกลและมีความฝันที่จะออกผจญภัยในอวกาศ วันนั่นเองเขากับลุงมาซื้อหุ่นยนต์จากพวกจาวาเพื่อเอาไปใช้ในไร่ บังเอิญอย่างยิ่งที่เขาซื้ออาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอมา ระหว่างกำลังตั้งเครื่อง ลุค เกิดไปเจอข้อความของเลอาเข้า "ช่วยด้วยโอบีวัน เคโนบี คุณคือความหวังเดียวของเรา" ทำให้เขานึกถึง เบน เคโนบี ฤๅษีที่อาศัยในทะเลทราย (เบนก็คือ โอบีวัน เคโนบีนั่นเอง แต่เพื่อความปลอดภัยจากพวกจักรวรรดิ เขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเบน) ลุคจึงตั้งใจจะเอาหุ่นไปให้เบนดู แต่ระหว่างทาง ลุคถูกพวก มนุษย์ทราย (เผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย) โจมตีแต่เบนก็มาช่วยทัน จากนั้นเบนได้พาลุคไปที่บ้าน ทว่าเมื่อกลับถึงบ้านลุคพบว่าลุงและป้าของเขาถูก กองพันพายุ (Stormtrooper) ทหารของจักรวรรดิสังหารตาย ด้วยความเศร้าลุคจึงตัดสินใจออกเดินทางกับเบนเพื่อไปช่วยเจ้าหญิงเลอา

ลุคกับเบนเดินทางมาถึง มอสไอสเลย์ ท่ายานอวกาศ ของทาทูอิน ด้วยพลังพิเศษของเบน ทำให้ทั้งหมดหลบรอดจากการตรวจค้นของ Stormtrooper มาได้ ในบาร์เขาได้พบกับ ฮัน โซโล นักขนของเถื่อนนักบินอวกาศมีฝีมือฉมัง และตกลงจ้างฮัน ช่วยขับยานพาพวกเขาไปอัลเดอราน ฮันจึงเอาเงินค่าจ้างไปใช้หนี้ แจบบ้า เดอะ ฮัท แต่แจบบ้าได้ตั้งค่าหัวฮันไปแล้ว และส่ง กรีโด นักล่าค่าหัวชาวโรเดียนมาฆ่าฮันแต่ฮันก็รอดมาได้ ฮันมีเพื่อนอีกคนเป็นชาว วุคกี้ ขนรุงรังชื่อ ชิวแบคก้า พอทั้งหมดหนีมาที่ ยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน ของฮันได้ พวกเขาจึงเริ่มออกเดินทาง ระหว่างทาง เบนได้มอบกระบี่แสงเจไดให้กับลุค และฝึกเขาในวิถีแห่งอัศวินเจได ระหว่างนั้นบนดาวมรณะ ข้าหลวงแห่งจักรพรรดินาม ทาร์คิน ได้มาสอบปากคำองค์หญิงถึงฐานที่มั่นของทัพกบฎ องค์หญิงไม่ยอมบอก ทาร์คินจึงขู่ว่าจะใช้ ดาวมรณะ ทำลายอัลเดอราน แต่เนื่องจากองค์หญิงเลอาจะทรยศพวกตนไม่ได้ จึงโกหกว่าฐานของพวกกบฎอยู่ที่ ดาวแดนทูอิน (ความจริงเป็นฐานทัพร้างไปนานแล้ว) แต่ทาร์คินกลับอ้างว่าแดนทูอินนั้นไกลเกินกว่ารัศมีทำลายของดาวมรณะจะทำลายได้ เขาจึงสั่งให้ทำลายอัลเดอรานเพื่อทดสอบพลังของดาวมรณะไปด้วยในตัว ขณะเดียวกัน นั้น เบนสัมผัสได้ถึงความตายของผู้คนจำนวนมากบนอัลเดอราน และเมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่าอัลเดอรานเหลือแต่ซากเศษดาวแล้ว นอกจากนั้นยานของพวกเขายังถูกดูดเข้าไปในดาวมรณะอีกด้วย เบน อาสาไปปิดระบบพลังดึงดูดเพื่อหนี ส่วนลุคและพวกพบว่าองค์หญิงถูกจับอยู่ที่นี่จึงไปช่วย หลังจากเบนปิดระบบดึงดูดสำเร็จ เขาได้พบกับ เวเดอร์ศิษย์เก่า ซึ่งสัมผัสได้ถึงพลังของเขา จึงต่อสู้กัน ลุคซึ่งช่วยองค์หญิงสำเร็จ พอดีได้มาเจอเบนต่อสู้เวเดอร์ โดนเวเดอร์ฟัน แต่ร่างกลับสลายหายวับไปกับตา ลุคคิดจะแก้แค้นแต่คนอื่นห้ามไว้ พวกเขาหนีจากยานมรณะสำเร็จ โดยหารู้ไม่ว่าในยานมีเครื่องติดตามซ่อนอยู่

ณ ที่ฐานลับกบฎบน ดาวยาวิน 4 การประชุมวางแผนทำลายดาวมรณะเริ่มต้นขึ้น และพบว่าจุดอ่อนของมัน คือท่อระบายความร้อนของเตาพลังงาน ซึ่งสามารถใช้ยานขนาดเล็กเข้าไปโจมตีได้ แต่ในขณะนั้นเองที่ดาวมรณะได้มาถึงแล้ว และกำลังเตรียมที่จะยิงลำแสงทำลายล้างเพื่อทำลายฐานทัพกบฎให้สิ้น พวกเขาเหลือเวลาเพียงน้อยนิดที่จะทำตามแผนซึ่งพึ่งจะประชุมไปสดๆ ร้อนๆ ลุคเข้าร่วมในกองยานนี้ด้วย แต่ฮันขอตัวจากไปเพื่อจ่ายหนี้คืนแจบบ้า กองยานฝ่ายกบฏเข้าโจมตี ดาวมรณะ เวเดอร์พบว่าพวกกบฎจะโจมตีจุดอ่อนของยานมรณะ เขาจึงออกรบเองด้วยยานรบส่วนตัว เวเดอร์ฝีมือเยี่ยมมาก เขายิงยานฝ่ายกบฎเสียหายราวใบไม้ร่วง

"ใช้พลังซิ ลุค" เสียงของเบนแว่วมาคุยกับเขา
"อย่าฝืนมันลุค" เบนย้ำ

เวเดอร์เห็นว่าลำของลุคมีพลังสถิตอยู่

"ลุคเชื่อฉันสิ" เบนย้ำอีกครั้ง

ลุคปิดเครื่องเล็งเป้า ลุคเข้าใกล้แกนพลังงานแล้ว แต่เวเดอร์ได้ยิงโดนอาร์ทูดีทู ขณะที่ลุคกำลังจะเสียทีให้เวเดอร์ ฮันซึ่งย้อนกลับมาช่วยได้ยิงยานของเวเดอร์ทีเผลอ ทำให้ยานกระเด็นออกมาจากดาวมรณะ เปิดโอกาศให้ลุค เข้าไปถึงใจกลางของยานมรณะ ลุคยิงขีปนาวุธไปยังแกนพลังงานสำเร็จในที่สุด และหนีออกมาทันก่อนที่ดาวมรณะจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทาร์คินตาย ส่วนเวเดอร์หนีไปได้ ลุค และ ฮันได้รับเหรียญกล้าหาญ ในที่สุดกองทัพกบฎก็ได้ชัยต่อจักรวรรดิเป็นครั้งแรก เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ยุทธการยาวิน


5. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5 : จักรวรรดิโต้กลับ (Star Wars Episode V : The Empire Strikes Back)

คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5 : จักรวรรดิโต้กลับ (Star Wars Episode V: The Empire Strikes Back) ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523
ภาคนี้ จอร์จ ลูคัส ไม่ได้กำกับภาพยนตร์ภาคนี้ด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้ เออร์วิน เกิร์ชเนอร์ เป็นผู้กำกับ โดยตัวเขาเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกับ แกรี เคิร์ตซ และภาพยนตร์ภาคนี้ได้รับรางวัลออสการ์ 2 รางวัล ได้แก่ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และรางวัลเกียรติยศออสการ์ จากสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (รางวัลเกียรติยศจะมีการมอบต่อเมื่อมีภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่มอบทุกปีเหมือนรางวัลสาขาอื่นๆ ปีใดไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดที่คุณภาพถึง จะไม่มีการมอบรางวัลนี้)

มันคือเวลาอันมืดมนของฝ่ายกบฏ แม้ดาวมรณะจะถูกทำลายลง ทหารของจักรวรรดิได้ต้อนกบฏจากฐานลับและตามล่าพวกเขาไปสุดขอบจักรวาล ในการหลบหลีกกองทัพจักรวรรดิ กลุ่มกบฏนำโดย ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้สร้างฐานลับขึ้นใหม่บน ดาวน้ำแข็งแห่ง โฮธ (Hoth) ดาร์ธเวเดอร์ผู้ชั่วร้ายซึ่งมุ่งมั่นที่จะหาตัวสกายวอล์คเกอร์ให้ได้ ได้ส่งหุ่นสอดแนมนับพันไปในห้วงอวกาศ เมื่อหาพบก็ได้ส่งกองกำลังโจมตีจนฝ่ายกบฏต้องหลบหนีแตกกระเจิงไป ฝ่ายลุค ก็ได้แยกตัวออกไปตามหาปรมาจารย์เจไดโยดา บน ดาวเดโกบ้า (Dagobah) ตามที่ โอบีวัน เคโนบี เคยบอกไว้

ระหว่างนั้น ฮัน โซโล ต้องพาเจ้าหญิงเลอา หนีการไล่ล่าจาก ยาน Star Destroyer ของฝ่ายจักรวรรดิ บังเอิญได้เกิดความเสียหายกับยานมิลเลเนียม ฟอลคอน ทำให้ไม่สามารถใช้ Hyper Space (อุปกรณ์เร่งความเร็วสู่ความเร็วแสง) ได้ จึงไปพักซ่อมยานที่ ดาว Cloud City อันมีเพื่อนเก่าของฮัน โซโล คือ แลนโด (Lando Calrissian) ประจำอยู่ที่นั้น โดยหารู้ไม่ว่าที่นี่ได้ถูกดาร์ธเวเดอร์ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยความจำเป็นทำให้ แลนโด้ ต้องหักหลังพวกฮัน และจับพวกเขาขังเอาไว้เพื่อเป็นเหยื่อล่อลุคให้มาติดกับ ดาร์ธเวเดอร์ได้จับ ฮัน แช่แข็งในคาร์บอนไนต์ แล้วให้นักล่าเงินรางวัล โบบ้า เฟ็ตต์ (Boba Fett) ไปส่งแก่ แจบบ้า เดอะ ฮัท ต่ออีกที ผู้ซึ่ง ฮัน เป็นหนี้เขาอยู่นั้นเอง และก็เตรียมที่จะทำแบบนี้กับลุคเช่นเดียวกัน ฝ่าย แลนโด้ เมื่อเห็นว่าดาร์ธเวเดอร์หาได้ทำตามข้อสัญญาไม่ ก็ได้กลับใจช่วยเหลือพวก เลอา ให้หนีรอดออกมาได้

ส่วนลุค สัมผัสพลังรับรู้ว่า ฮัน กำลังตกอยู่ในอันตราย จึงจาก อ.โยดา มากลางคัน เพื่อมาช่วย แล้วก็ได้เผชิญหน้ากับเวเดอร์โดยลำพัง จึงได้ต่อสู้กัน ลุคเสียท่าถูกเวเดอร์ตัดมือขวา จากการต่อสู้นี้ทำให้ลุคได้รู้ความจริงว่า แท้ที่จริงแล้วดาร์ธ เวเดอร์คือพ่อของเขา (ประโยคที่ดาร์ธ เวเดอร์ บอกกับ ลุค ว่า "I am your father" เป็นประโยคที่คลาสสิค ที่แฟนสตาร์วอร์สรู้จักกันเป็นอย่างดี) เวเดอร์ได้เกลี้ยกล่อมให้ลุคร่วมมือกับเขาแต่ก็ไม่สำเร็จ ลุค เลยถูกโจมตีร่วงหลุดออกมาจาก ภายนอกสถานี Cloud City เลอารับรู้ถึงสัมผัสพลังของลุค ว่าเขากำลังอยู่ในอันตราย จึงได้หันยานมิลเลเนียม ฟอลคอน กลับมาช่วย ลุค ไว้ได้ทันท่วงที แล้วได้พากลับกันไปรวมกับกลุ่มยานกบฎซึ่งกำลังหลบหนีจากฝ่ายจักรวรรดิอยู่เช่นกัน ส่วน แลนโด้ และชิวแบคก้า ได้ออกตามหาที่อยู่ของ แจบบ้า เดอะ ฮัท เพื่อช่วย ฮัน โซโลกลับคืนมา


6. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 6 : การกลับมาของเจได (Star Wars Episode VI : Return of the Jedi)

  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 6 : การกลับมาของเจได (Star Wars Episode VI: Return of the Jedi) เป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายในไตรภาคที่สองของภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส ของจอร์จ ลูคัส ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2526 มีการฉายใหม่โดยมีการปรับปรุงภาพและเสียงในปี พ.ศ. 2540 และปรับปรุงอีกครั้งเมื่อวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2547 ภาพยนตร์ภาคนี้เป็นอีกภาคหนึ่งที่จอร์จ ลูคัส ไม่ได้กำกับด้วยตัวเอง โดยมอบหมายให้ ริชาร์ด มาร์ควานด์ ผู้กำกับชาวเวลส์ เป็นผู้กำกับ โดยตัว ลูคัส เองเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกับ ฮาร์เวิร์ด คาซานเจียน และโรเบิร์ต วัตต์ส

อัศวินเจได ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้เดินทางกลับทาทูอีนดาวบ้านเกิดเพื่อช่วยฮัน โซโลจากเงื้อมมือมาเฟียวายร้ายแจบบา เดอะ ฮัทท์ เจ้าหญิงเลอาได้นำฮันออกมาจาก คาร์บอนไนต์ได้ แต่โชคร้ายกลับถูกแจบบาจับตัวไว้ เมื่อลุคมาต่อรองให้ปล่อยตัวพวกฮันแต่ก็โดนแจบบาใช้เล่ห์กลจับไว้อีกคน และถูกนำตัวไปประหารชีวิต สถานการณ์กลับผลิกผันเมื่อลุคที่ได้รับกระบี่แสงที่ซ่อนอยู่ในหุ่น อาร์ทูดีทู ได้แสดงพลังที่แท้จริงของเจไดทำให้เขาทำลายพวกของแจบบาลงและช่วยเหลือฮันและเพื่อนๆ ออกมาได้สำเร็จ ลุคแยกตัวไปหาโยดาเพื่อฝึกวิชาต่อให้สำเร็จ แต่โยดากลับบอกว่าเขาสำเร็จวิชาแล้ว รวมทั้งบอกความจริงเกี่ยวกับพี่น้องสกายวอล์คเกอร์อีกคน ก่อนที่เขาจะจากไป ทำให้ลุครู้จากจิตใต้สำนึกของเขาว่าว่าสกายวอล์คเกอร์อีกคนก็คือเลอา ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือน้องสาวฝาแฝดของเขานั่นเอง

ฝ่ายฮันเมื่อเป็นอิสระแล้วก็ไปรวมกับกองกำลังกบฎที่รออยู่ จึงได้ล่วงรู้ถึงการสร้างดาวมรณะดวงที่สอง และรู้ว่าองค์จักรพรรดิจะเสด็จไปดูการก่อสร้างด้วยตัวเอง ฝ่ายกบฏจึงต้องการจะถือเอาโอกาสนี้จัดการกับดาวมรณะและจักรพรรดิไปพร้อมๆ กันแต่ปัญหาคือดาวมรณะมีเกราะป้องกันที่สร้างโดยเครื่องกำเนิดพลังงาน บนดวงจันทร์เอนดอร์ พวกฮัน และลุคที่เดินทางมาสมทบจึงอาสาไปทำลายมันลง โดยได้ขโมยยานขนส่งของฝ่ายจักรวรรดิ ลอบเข้าไปในดวงจันทร์เอนดอร์ แต่ดาร์ธ เวเดอร์ ก็ได้รู้ถึงการกลับมาของลุคและบอกกับจักรรพรรดิว่าจะเป็นคนไปนำตัวลุคมาเอง ฝ่ายฮันและเลอาเมื่อติดกับดักของฝ่ายจักรวรรดิจนเกือบเสียที แต่ก็โชคดีที่ได้ อีว็อคหรือพวกหมีแคระ ชนเผ่าพื้นเมืองบนดวงจันทร์ช่วยเหลือจึงสามารถทำลายเครื่องกำเนิดพลังงานได้สำเร็จในที่สุด ส่วนลุคก็แยกไปเผชิญหน้ากับดาร์ธ เวเดอร์เพียงลำพังเพื่อกล่อมเขาให้กลับสู่ด้านสว่าง ลุคต่อสู้จนชนะเขาตัดมือขวาของเวเดอร์ขาด แต่ไม่ยอมกำจัดเวเดอร์ซึ่งเป็นพ่อของตน จักรรพรรดิ เห็นว่าลุคไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของด้านมืด จึงหมายจะสังหารลุคโดยใช้พลังสายฟ้าซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของพวกซิธ
แต่ว่าดาร์ธ เวเดอร์ ซึ่งทนเห็นลูกชายตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงเกิดคิดกลับใจและได้กลับมาสู่ด้านสว่าง เป็นอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ คนเดิม เข้าช่วยเหลือลูกชาย โดยทำลายจักรพรรดิด้วยมือของเขาเอง เขายกร่างของจักรพรรดิขึ้น พลังสายฟ้าจึงหันพุ่งมายังอนาคินเขาทุ่มจักรพรรดิลงไปในช่องอากาศ เขากล่าวขอบคุณลุคที่ช่วยให้เขากลับสู่ด้านสว่างได้ อนาคินให้ลุคถอดหน้ากากสีดำของเขาออก เขาได้มองหน้าลูกชายด้วยตาเนื้อตนเองเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย

บัดนี้คำทำนายโบราณของเจไดได้เป็นจริงแล้ว อนาคิน ผู้ถูกเลือก ผู้สังหารซิธ และนำสมดุลกลับคืนสู่พลัง ได้กลับมา
ส่วนฝ่ายกบฎก็สามารถเข้าไปทำลายดาวมรณะ รวมทั้งโค่นล้มจักรวรรดิได้สำเร็จ จึงได้เฉลิมฉลองในชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ที่สามารถนำความสงบสุขกลับคืนสู่จักรวาลได้อีกครั้ง



7. สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 7 : อุบัติการณ์แห่งพลัง (Star Wars: Episode VII : The Force Awakens)


  คลิกเปิด/ปิด : อ่านเรื่องย่อ

ประมาณ 30 ปีให้หลังการทำลายดาวมรณะดวงที่สอง ลุค สกายวอล์คเกอร์ เจไดคนสุดท้าย หายตัวไป ปฐมภาคี (First Order) เจริญขึ้นจากจักรวรรดิกาแลกติกที่ล่มสลายและมุ่งกำจัดลุคและสาธารณรัฐ ฝ่ายต่อต้านซึ่งสาธารณรัฐหนุนหลังและมีผู้นำเป็นนายพลเลอา ออร์กานา น้องสาวฝาแฝดของลุค ต่อต้านปฐมภาคีขณะค้นหาลุคเพื่อขอความช่วยเหลือ

นักบินของฝ่ายต่อต้าน โพ ดาเมรอน (Poe Dameron) พบผู้อาวุโสหมู่บ้าน ลอร์ ซาน เทคคา บนดาวเคราาะห์แจคคู (Jakku) เพื่อเอาแผนที่ไปตำแหน่งของลุค พลรบวายุภายใต้บังคับบัญชาของไคโล เร็นทำลายหมู่บ้านและจับตัวโพ ดรอยด์บีบีเอท ของโพหลบหนีพร้อมกับแผนที่ และเจอกับเรย์ คนเก็บของเก่า ที่นิคมขยะแห่งหนึ่ง เร็นทรมานโพและทราบเรื่องบีบีเอท สตอร์มทรูปเปอร์เอฟเอ็น-2187 ซึ่งไม่สามารถฆ่าคนตามคำสั่งปฐมภาคี ปล่อยโพและทั้งสองหลบหนีออกมาในเครื่องบินขับไล่ทายที่ขโมยมา โพเรียกชื่อเอฟเอ็น-2187 ว่า "ฟินน์" ทั้งสองตกบนดาวแจคคู และดูเหมือนฟินน์เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียว เขาพบกับเรย์และบีบีเอท แต่ปฐมภาคีแกะรอยพวกเขาและเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ทั้งหมดหลบหนีดาวในยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อนที่ขโมยมา

ฟาลค่อนพัง และถูกยึดโดยยานที่ใหญ่กว่าซึ่งมีฮัน โซโลและชิวแบคคาเป็นคนขับ ซึ่งเอายานเก่าของพวกตนคืน ฮันอธิบายว่าลุคพยายามสร้างนิกายเจไดขึ้นใหม่ แต่ปลีกวิเวกไปหลังศิษย์คนหนึ่งถลำตนเข้าสู่ด้านมืดและทำลายทุกอย่างที่ลุคสร้างไว้ ในขณะเดียวกัน กลุ่มอันธพาลที่มุ่งสะสางหนี้กับฮัน โซโล ได้ขึ้นยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อน และพยายามเอาเรื่องกับเขาอีกทั้งยังแจ้งให้ปฐมภาคีทราบว่าฮันข้องเกี่ยวด้วย ณ ฐานสตาร์คิลเลอร์ของปฐมภาคีซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ถูกแปลงเป็นสุดยอดอาวุธซึ่งสามารถทำลายระบบดาว ผู้นำสูงสุดสโน้ก (Snoke) สั่งนายพลฮักซ์ (Hux) ให้ใช้มันเป็นครั้งแรก สโน้กยังถามเรนเกี่ยวกับการเข้ามีส่วนของฮัน โซโล บิดาของเขา เร็นประท้วงว่าฮานไร้ความหมายต่อเขา ลูกเรือฟาลค่อนดูแผนที่ของบีบีเอท และพิจารณาว่ามันไม่สมบูรณ์ พวกเขาเดินทางไปดาวเคราะห์ทักโคดานา (Takodana) และพบเจ้าของบาร์ มาส คานาต้า (Maz Kanata) ซึ่งสามารถช่วยให้บีบีเอท ถึงฝ่ายต่อต้าน แต่ฟินน์ต้องการหนีไปคนเดียว เรย์ถูกดึงดูดสู่ห้องนิรภัยและพบกระบี่แสงซึ่งเป็นของลุคและบิดา อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เธอเห็นนิมิตกวนใจและหนีเข้าป่า มาสยกกระบี่แสงให้ฟินน์เก็บรักษา

ฐานสตาร์คิลเลอร์ทำลายเมืองหลวงและกองยานของสาธารณรัฐ ปฐมภาคีโจมตีทักโคดานาเพื่อค้นหาบีบีเอท ฮัน ชิวแบคคาและฟินน์ได้รับการช่วยเหลือจากเครื่องบินขับไล่เอ็กซ์วิงของฝ่ายต่อต้านนำโดยโพ แต่เรย์ถูกเรนจับและนำไปฐานสตาร์คิลเลอร์ เรนสอบสวนเรย์เกี่ยวกับแผนที่ แต่เธอขัดขืนการอ่านใจของเขา เมื่อค้นพบว่าเธอก็สามารถใช้พลังได้ เธอจึงหลบหนีจากห้องขังด้วยกลเม็ดสะกดจิตของเจได เลอามาถึงทักโคดานากับซีทรีพีโอและเข้ากับฮันและชิวแบคคา ที่ฐานของฝ่ายต่อต้านบนดาวดูคาร์ (D'Qar) บีบีเอท พบอาร์ทูดีทู ซึ่งไม่ทำงานตั้งแต่ลุคหายสาบสูญ ขณะที่ฐานสตาร์คิลเลอร์เตรียมยิงดาวดูคาร์ ฝ่ายต่อต้านคิดแผนทำลายฐานโดยการโจมตีศูนย์ที่สำคัญ เลอากระตุ้นฮันให้พาบุตรของพวกตนกลับมาอย่างปลอดภัย ฮัน ชิวแบคคาและฟินน์แทรกซึมฐานโดยใช้ฟาลค่อน พวกเขาลดเกราะ พบเรย์ ติดตั้งระเบิดและพบเร็น ฮันประจัญเรนโดยเรียกเขาตามชื่อเมื่อเกิดว่า เบน และวิงวอนเขาให้สละด้านมืด แม้ยังสับสน เร็นปฏิเสธและฆ่าฮาน ชิวแบคคาโกรธและยิงเร็นด้านข้างและจุดระเบิด ทำให้เครื่องบินขับไล่เอ็กซ์วิงของฝ่ายต่อต้านโจมตีและเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ซึ่งทำลายฐานสตาร์คิลเลอร์ได้สำเร็จ

เร็นที่บาดเจ็บไล่ล่าฟินน์และเรย์ถึงผิวดาว ฟินน์ต่อสู้กับเร็นด้วยกระบี่แสง แต่แพ้และได้รับบาดเจ็บสาหัส เรย์รับกระบี่แสงและต่อสู้เร็น ซึ่งเป็นฝ่ายชนะและทำให้เขามีแผลเป็นด้วยพลัง ก่อนที่ทั้งสองจะถูกคั่นด้วยรอยแตก สโน้กสั่งฮักซ์ให้อพยพและนำเร็นไปกับเขา ขณะที่เรย์และชิวแบคคาหลบหนีพร้อมกับฟินน์ในฟาลค่อน บนดาวดูคาร์ ฝ่ายต่อต้านเฉลิมฉลองขณะที่เลอา ชิวแบคคา และเรย์อาลัยการเสียชีวิตของฮัน อาร์ทูดีทู ตื่นขึ้นและเผยแผนที่ที่เหลือ ซึ่งเรย์ตามอาร์ทูดีทู และชิวแบคคาไปเกาะแห่งหนึ่งบนดาวเคราะห์ห่างไกล เธอพบลุคและมอบกระบี่แสงที่เคยเป็นของบิดาเขาให้