>> คลิกเพื่อ กลับสู่รายการบทความทั้งหมด



เกร็ดน่าสนใจ+Easter Egg+และตัวอย่าง Delete Scene/เบื้องหลัง: ใน Star Wars : Episode 7 : The Force Awakens

ชมเป็นคลิป ช็อท ต่อ ช็อท เทียบ Episode 7 กับ Episode 4 :)


- แผนที่แกแลคซี ตำแหน่งดาวหลักๆ ใน Episode 7 -

- * ดาวสาธารณรัฐใหม่ คือ "Hosnian Prime" ซึ่งได้ถูกทำลาย! ไปเรียบร้อยแล้ว (ดังในท้องเรื่อง episode 7) / สถานะหลังจบ episode 7 จึงคือ ภาวะไรัรัฐบาลกลางปกครอง...และถึงท้องเรื่องฝ่ายต่อต้านจะสามารถทำลายฐานสตาร์คิลเลอร์ได้สำเร็จก็จริง แต่ก็ถือว่าสูญเสียฐานกำลังสนับสนุนที่สำคัญมากๆ อย่างสาธารณรัฐไป -



Easter Egg : ลูกเล่นที่แอบซ่อนในฉาก


- ซากยานจักรวรรดิ , AT-AT ฯลฯ
...ในท้องเรื่อง บนดาวเคราะห์ทะเลทรายแจคคู คือ หลักฐานจากสมรภูมิรบเมื่อสมัยสงครามกลางเมือง (Battle of Jakku) ช่วงหนึ่งปีให้หลังยุทธการเอนดอร์ โดยฝ่ายสาธารณรัฐใหม่ได้รับชัยเหนือจักรวรรดิ ส่วนซากยานสตาร์เดสทรอเยอร์นั้น ถูกทำลายจากการติดตั้งระเบิดโดยฝีมือนักบินของจักรวรรดิที่กลับใจมาเข้าร่วมสาธารณรัฐซึ่งรักอยู่กับร้อยเอกหญิงแห่งจักรวรรดิผู้บังคับยาน ด้วยทั้งคู่เกิดบนดาวแจคคู (อิงจากภาคนิยาย Lost Stars)



- ตัวอย่าง Battle of Jakku ในเกม Star Wars Battlefront -


- บ้านของเรย์ คือซาก AT-AT
(จาก Battle of Jakku เช่นกัน)...ยานเกราะสี่ขาสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกของกองทัพจักรวรรดิ...เราจะเห็น เธอมีตุ๊กตานักบิน X-Wing เธอทำเองประดับห้อง และหมวกนักบินกบฏเก็บมาเป็นที่ระลึก+ไว้ใส่เล่น :)


- ประตูซุ้มใหญ่สีแดง
...ทางเข้าตลาดค้าอะไหล่ ที่เรย์นำของไปขาย เดิมคือผลงานออกแบบโดย Ralph McQuarrie ตั้งแต่ตอนที่ลูคัสจ้างให้วาดคอนเซ็ปต์อาร์ตเพื่อเอาไปให้นายทุนพิจารณาสร้างภาค Episode 4 : A New Hope แล้ว...ได้ถูกนำปัดฝุ่นมาใช้ใน Ep.7 นี้ เป็นการคารววะ


- กระบี่แสงสีฟ้า
...เดิมเป็นของอนาคินนั้นเอง โอบิวันเก็บมาจากการดวลที่มุสตาฟา ส่งต่อมายัง ลุค ซึ่งหล่นหายที่นครเมฆา แล้ว แมซ คานาตะ ยังไม่ทันได้เล่าว่า มาอยู่ที่นางได้ยังไง บอกเพียงแต่มันเรียกหาผู้ถือคนใหม่ ซึ่งก็คือ เรย์ ตามท้องเรื่องนั่นเอง


- ภาพที่เรย์เห็นหลังแรกสัมผัสด้ามกระบี่
...ลำดับดังนี้ - โถงทางเดินยาวที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายจักรวรรดิ อาจเป็นบนยานหรือในฐาน / ระเบิดรุนแรงเต็มไปด้วยเศษหินกระจัดกระจาย / ชายในผ้าคลุมมีมือข้างขวาเป็นจักรกลกำลังสัมผัสหุ่นอาร์ทูแผ่วเบาประหนึ่งเป็นการล่ำลา / กลางสายฝนและฟ้าแลบแปลบปลาบ มีเงาคนคล้ายจะเข้ามาจู่โจมจากด้านหลังแต่ถูกแสงสีแดงจากกระบี่แทงทะลุหน้าอก / แสงนั้นมาจากกระบี่ของคนที่คล้ายหัวหน้า(คือไคโล เรน)ของกลุ่มคนซึ่งมีด้วยกันเจ็ด และต่างสวมเครื่องแบบดำทะมึน / ภาพตัดมากลางทะเลทรายที่มีแสงอาทิตย์เจิดจ้า เด็กหญิงตัวเล็กกำลังถูกฉุดกระชากแขนข้างหนึ่งพลางร้องร่ำหาผู้จากไปกับยานที่กำลังทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ แต่ปลายทางกลับมีลำแสงสีแดงน่ากลัวรออยู่ / รอบข้างมืดลงอีกครั้ง ปรากฏทิวลำต้นไม้สูงกลางป่าหิมะ ไคโล เรน เปิดดาบ ย่างสามขุมเข้าหา... – ทั้งหมดนี้คือภาพอดีต และอนาคตที่กำลังจะเกิดกับเธอ แต่มันคือนิมิตจากพลังของเธอเอง หรือนิมิตที่เก็บไว้ในด้ามกระบี่และรอเธอมาสัมผัสมันกันแน่?

*ฉากมือที่ยื้อเรย์(วัยเด็ก)ไว้ตอนร้องตามยาน จะเห็นว่าไม่ใช่มือมนุษย์ปกติแต่เป็นมือเอเลียน หรือที่แท้คือมือของ Unkar Plutt นายหน้าร้านค้าอะไหล่ แต่เหตุใดทั้งคู่ดูไม่ค่อยผูกพันกันนัก หรือเขาเพียงดึงเธอไว้ แล้วปล่อยให้เติบโตขึ้นอย่างลำพังบนแจคคู

*และในฉากนิมิตของเรย์ แรกสัมผัสด้ามดาบ หลังจากยานพุ่งเข้าไปหาแสงสีแดงและก่อนตัดมาเป็นฉากป่ากลางหิมะ มีเสียงตะโกนเรียก "เรย์!" เธอจึงหันหลังกลับไปเห็นไคโล เรน ฉากนี้ในขั้นตอนบันทึกเสียง คำนี้พากย์โดยเจมส์ อาร์โนลด์ เทย์เลอร์ แต่ล่าสุดเจ้าตัวยืนยันว่า เจ.เจ.อับรามส์ ใส่เสียงของนักแสดง ยวน แม็คเกรเกอร์ หรือ โอบิวัน เคโนบี เข้ามาแทน! ( อ้างอิง https://goo.gl/Hjf1SR ) แต่ เรย์ จะมีความเชื่อมโยงใดกับ โอบีวัน หรือไม่นั้น รอพิสูจน์ต่อไป

เสียงคำพูดทั้งหมด ในนิมิตของ Rey ตามลำดับ ----- เริ่มจาก "No! Come back" (เสียงเรย์เด็กซ้ำๆ)(*ตอนนี้เรย์ได้ยินตั้งแต่ก่อนจะแตะกระบี่แสงอีกและเมื่อแตะกระบี่ ก็ตามด้วย) -->> "It's energy" (เสียง Yoda) -->> "Surrounds us" (Yoda) -->> "Nooooo!" (*เสียงผู้ชายตะโกนก้องๆ น่าจะของ Luke ? ) -->> and bind us (Yoda) -->> "The force will be" (Obiwan) -->> "No!" (เรย์เด็ก) -->> "Come back" (เรยเด็ก) >> "Quiet, girl" (Unkar plutt) -->> "No!" (เรย์เด็ก) -->> "Rey" (Obiwan) >> "These are your first steps." (Obiwan) ----- * สังเกต มีหลักๆคำจาก 4 คน คือ Reyเด็ก / Yoda / Obiwan / Unkar plutt


- ทหารสตอร์มทรูเปอร์ที่ถูกเรย์ใช้อำนาจจิตล่อลวง (Mind Trick)
...รับบทโดย...? เรื่องของเรื่อง ขณะหนังกำลังถ่ายทำที่สตูดิโอในประเทศอังกฤษ ตอนนั้นเขากำลังแสดงหนังอีกเรื่องในสตูดิโอข้างๆ เมื่อผู้กำกับเจ.เจ. อับรามส์ รู้จึงชักชวนให้มารวมแจมเล่นฉากนี้ เขาตอบตกลงทันที และเขาคนที่ว่าก็คือ...007! ( Daniel Craig :)


- อีก ทหารสตอร์มทรูเปอร์ บทบาทเป็นที่ชื่นชม เจ้าของวลี "ไอ้ทรยศ" ...ดวลกับ Finn...เขามีนามว่า "FN-2199" หรือชื่อเล่น "Nines"...รับบทโดยนักแสดง-สตั๊นแมน ชาวจีนชื่อ "Liang Yang" (เป็น สตั๊นแมนใน 007 Skyfall (2012) ด้วย)



- Marksman-H Combat Remote !?
...หลังสู้กับกลุ่มนักล่าและสัตว์ร้าย(หมึก) ก่อนหลบหนีเข้าไฮเปอร์สเปซ ฟินน์ ลนลานหาเครื่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ชิววี สิ่งหนึ่งที่ฟินน์คว้าติดมือขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดีคือ Marksman-H combat remote หรือเครื่องซ้อมหลบ-เล็งลอยตัวทรงกลม ที่โอบิวันใช้ฝึกวิชาเจไดให้ลุคบน ยายฟัลคอนในภาค A New Hope...นอกจากนี้ ฟินน์ยังบังเอิญ เปิดเกมโฮโลแกรม ที่เคยปรากฏใน A New Hope เช่นกัน อีกต่างหาก :)



- บทพูดของนายเหนือหัว สโนค กับ ไคโล เรน
... ตอนพูดถึงอัศวินแห่งเรน บอกว่า "เจ้าคือผู้นำกลุ่มอัศวินแห่งเรน" ยืนยันว่าสมาชิกอีกหกคนที่เหลือไม่มีพลังสถิตใดๆ และไม่มีใครใช้กระบี่แสงเป็นอาวุธประจำกาย (อาจมีอาวุธที่เปล่งแสงได้ แต่ไม่ใช่กระบี่แบบเจได/ซิธ 100%)



- เบื้องหลัง CG/VFX ... ท่าน Snoke (สังเกต ร่างกาย ดูบิดเบี้ยวไปหมด คงผ่านสงครามมาเยอะ ?) --- แฟนๆยังคงคาใจกับปริศนาท่านนี้เป็นพิเศษ ว่าเขาคือใครกันแน่ ? /// ( คาดว่าเราน่าจะได้รู้อะไรเกี่ยวกับท่านสโนคยิ่งๆขึ้นไปใน Episode 8 กำหนดฉาย 15 Dec 2017 รอต่อไป :)


- ทีม Kanjiklub
...ถึงร่วมแจมสั้นๆ (ก่อนกลายเป็นอาหารโอชะ ของหมึกอวกาศ (Rathtars :) แต่พวกเขาคือแก๊งกลุ่มอาชญากรชื่อดังข้ามแกแลคซี...เบื้องหลังก็คือนักแสดงรับเชิญพิเศษจากหนังดังก่อนหน้า ก็คือเรื่อง "The Raid: Redemption" อันเป็นหนังบู๊ชาติอินโดนีเซีย ผู้กำกับ เจเจ ประทับใจหนังเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว และจึงให้เกียรติกับนักแสดงฝั่งเอเชียได้ร่วมวงใน Starwars ในตัวด้วย (อนาคตหวังว่าคง มีนักแสดงไทย ได้ร่วมบ้างนะ)



เกร็ด+นัยข้อสังเกตน่าสนใจ : จากบางฉากใน Episode 7

- ฉากขนมปังของเรย์ ไม่ใช่ cg แต่คือเทคนิคกายภาพจริงๆ หรือ Practical fx!
Chris Corbould หัวหน้าแผนก fx เผยกับ MTV ว่าปวดหัวคิดกรรมวิธีสร้าง 'ขนมปังสำเร็จรูป' อาหารเช้าของน้องเรย์นานนับ เดือน! ทั้งนี้ยังไม่รวมว่าซีนนี้จะปรากฏในหนังเพียงไม่กี่วินาที โดยไอเดียทั้งหมดมาจากผู้กำกับฯ เจเจ ว่าอยากให้ดูเป็นของจริงจับต้องได้ทั้งดูบ้านๆในคราวเดียวกัน จึงเท่ากับว่า มีความยากของกรรมวิธีและยังรวมถึงสีสันที่ต้องดูสุกหอมน่ากิน+รอยแตกที่ต้องดูเหมือนขนมปังอบใหม่ 

ส่วนรายละเอียดของเมนูนี้ มีอธิบายไว้ในหนังสือ The Force Awakens : Visual Dictionary ว่าเป็นอาหารเป็นที่นิยม ทั้งฝ่ายจักรวรรดิและสาธารณรัฐ ด้วยอบแห้งเป็นผงใส่ซองเก็บสะดวกประหยัดเนื้อที่ เวลารับประทานก็ง่ายประหยัดเวลา เพียงใช้ผสมกับน้ำเปล่า...แต่เมื่อถามถึงรสชาติ คริส โคโบล บอกว่า "คุณไม่อยากเอาใส่ปากแน่ๆ"...แต่ใครจะไปรู้อนาคต อาจมีผลิตภัฑณ์อาหารสำเร็จแบบนี้ที่กินได้จริงๆ (ในเซเว่น :)


- ปัญหาเกี่ยวกับ หน่วย Parsec ?
( *ถ้าในหลักดาราศาสตร์ความเป็นจริงแล้ว หน่วย 1 Parsec จะ = ประมาณ 3.26 ปีแสง!) ...* ส่วนใน StarWars...มีอ้างถึงหน่วยนี้บ่อยๆ เช่นเร่งความเร็วไปได้ถึง 12 Parsec...อันเป็นการยืมคำมาใช้เท่านั้น ไม่ได้ใช้ Parsec ในเชิงระยะทางตามความเป็นจริง แต่เป็นชื่อเรียกหน่วยอัตรา ความเร็ว/เวลา แทน จึงใช้หลักข้างต้นอ้างอิงระยะทางโดยตรงไม่ได้ทีเดียว ด้วย Parsec ใน Star wars ยิ่งค่าน้อยยิ่ง หมายถึงยานนั้นยิ่งเร็ว...อาทิ 12 พาร์เซค นั้นเร็วกว่า 14 พาร์เซค...ก็ต้องระวัง อย่าได้สับสนกับหลักความจริง (แต่ว่ากันว่า หนังใช้ผิดไปเอง และใช้สับสนต่างหาก เพราะใน ep.2 เหมือนจะอิง Parsec ตามถูกต้องหลักความเป็นจริง :)

และในท้องเรื่อง Ep.7 นี้...ตอนเรย์บอกว่ ายานฟอลคอน สามารถเดินทางผ่าน Kessel Run ภายใน 14 parsecs แล้ว โซโล ก็ตอกกลับทันควันว่าแค่ 12 parsecs ต่างหาก...หมายถึง เขาสามารถย่นระยะทางโดยใช้ทางลัดที่ต้องผ่านเส้นทางอันตรายเช่น ผ่านเขตปกครองของจักรวรรดิ และวัตถุอันตรายได้เหลือแค่  12 parsecs เท่านั่น (อันหมายถึงนอกจากจะเป็นการการันตีว่า "ยานกรูเร็วแล้ว กรูยังเป็นนักบินที่เก่งมาก ๆ เลยเสียด้วยนะ")


- เอเลี่ยนสปีชีส์ "Abednedo" !?
คืออีกสปีชีส์เอเลี่ยนที่สร้างขึ้นใหม่(ไม่มีในภาคก่อน) แต่สำหรับพันธุ์ Abednedo นี้จะเห็นมีบทบาทใน ep.7 เยอะเป็นพิเศษ กระจายอยู่ทั่วไปในท้องเรื่อง ไม่ว่าบทบาท ชาวบ้านธรรมดาบนดาวแจคคู, เป็นนักบิน X-Wing, หรือเป็นวุฒิสมาชิกสาธารณรัฐใหม่ (คงได้เห็นพันธุ์นี้ใน ep8-9 ต่อๆไป ? :)



- จากข้อถกเถียงเรื่องฟินน์มีพลังสถิตหรือไม่?
ฉากที่ฟินน์ ช่วยพวกคอร์แซร์ขนของขึ้นยานเพื่อร่วมเดินทางจากทาโคดานะ(ดาวบ้าน แมซ คานาตะ)ไปชายแดน จังหวะเดียวนั่นเองที่ปฐมภาคีได้ใช้ปืนใหญ่จากฐานสตาร์คิลเลอร์ยิงทำลายดาวที่ตั้งเมืองหลวงสาธารณรัฐ ก่อนเราจะเห็นเขาหันหลังกลับมานอกยานและมองขึ้นบนท้องฟ้าเห็นรอยลำแสงสีแดงพาดผ่านเหนือวงโคจร และได้มีเสียงกรีดร้องเล็กๆ หลายเสียงก้องกังวาลแทรกเข้ามาในฉาก(ซึ่งเหมือนกับเป็นเสียงที่ฉุกให้เขาหันมามอง) และหลังจากฉากนี้ไปก็ไม่มีคำอธิบายถึงเสียงดังกล่าว คงเพราะด้วยจะมีเหตุการณ์โจมตีใหญ่ตามมา จึงหันเหความสนใจของฟินน์ไปทางอื่น -- ที่สำคัญ ไม่ว่าจะมองจากมุมอื่น "เสียงกรีดร้อง" ดังกล่าวก็ฟังดูไม่เหมือนดังมาจากวิหารของแมซ ซึ่งอยู่ภายในอาคาร และไม่ปรากฎว่าบริเวณโดยรอบใกล้เคียงมีชุมชนอาศัยอยู่ กว่าคนภายในอาคารจะแตกตื่นออกมาก็พอดีฟินน์วิ่งมาสมทบที่หน้าบันไดแล้ว จึงอาจแทบพูดเป็นอื่นไปไม่ได้ว่า ปรากฎการณ์นี้เหมือนเมื่อครั้งที่ เบน เคนโนบิ สัมผัสรู้ความตายของคนจำนวนมากเมื่อตอนที่ดาวอัลเดอรานถูกระเบิดแหลกทั้งๆ ที่ตนกำลังเดินทางด้วยความเร็วแสงบนยานฟัลคอนในภาค A New Hope


- ทำไมยานฟัลคอน จึงบุกเข้าฐานสตาร์คิลเลอร์ได้อย่างง่ายดาย?

เบาะแสแรกอยู่ตอนที่ฮานรับอาสา จะหาทางปิดเกราะเพื่อให้ทีมจู่โจมบุกเข้าไป เมื่อเลอาถามว่าเขาจะใช้วิธีไหนผ่านเข้าเกราะ ฮานตอบว่า "ถ้าผมบอก คุณต้องไม่ชอบแน่" จากนั้นเมื่อใกล้ออกจากไฮเปอร์สเปซ ฮานพูดรวบรับให้ฟินน์กับชิววี(และผู้ชม)ได้ฟังว่า เกราะหุ้มของฐานสตาร์คิลเลอร์นั้นใช้ความถี่สูง ป้องกันได้เฉพาะสิ่งที่เดินทางช้ากว่าความเร็วแสง ตอนนั้นทุกคนที่เหลือจึงเข้าใจว่า ไฮเปอร์สเปซครั้งนี้ไม่ใช่แต่เพื่อประหยัดเวลา แต่คือการพุ่งละทุเกราะป้องกันของดาวด้วยความเร็วเหนือแสง!...คงมีแต่คนบ้าพออย่างฮานเท่านั้นที่ทำได้


- ฐานดาวน้ำแข็ง สตาร์คิลเลอร์
ชาร์จพลังงานจากดวงอาทิตย์ทั้งดวง! เพื่อประจุพลังปืนใหญ่ และมันจะไม่หยุดจนกว่าดวงอาทิตย์จะลับแสง 'ลับแสง'(พากย์ไทยในหนัง) ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้าดาว แต่คือการดูดพลังมาทั้งหมดจนกว่าดวงอาทิตย์จะดับสูญ!ไปในที่สุด สภาพภูมิอากาศบนฐานสตาร์คิลเลอร์ที่เราเห็นว่าคล้ายฤดูหนาวตลอดทั่วทั้งดาวนั้น เหตุเพราะอุณหภูมิที่ได้รับจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ลดลงตามส่วนที่ดึงมาเก็บประจุไว้นั่นเอง (ด้วยชาร์จกันมาหลายครั้งแล้ว และครั้งที่เห็นตอนท้ายในหนัง คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว)

- เปรียบเทียบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง Death Star I = 120 kilometers, Death Star II = 160 kilometers ...โดยมีข้อมูล(ไม่ยืนยันว่าเป๊ะ 100%) ว่า ทั้งคู่ ใช้งบประมาณใกล้เคียงกันคือ ราวๆ 1,000,000,000,000 galactic credits (* 1 galactic credits = ประมาณ 10.10 U.S.Dollars) ... ส่วน Starkiller Base นั้น ? ! จะเท่าไร่ ? :) เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Death Star คลิก -


- อวสานอันน่าทึ่งของฐานสตาร์คิลเลอร์
การทำลายแท่นกักเก็บพลังงาน ได้ส่งผลระเบิดต่อเนื่องทั่วทั้งดาว ทว่าที่ยุบตัวนั้นเป็นเพียงส่วนแผ่นเปลือกของฐานที่ห่อหุ้มพลังงานที่สะสมไว้บริเวณใจกลาง ที่ยังไม่ได้ถูกยิงออกไป! หรือพูดง่ายๆ คือ เมื่อฐานสตาร์คิลเลอร์ระเบิดสิ้นไม่เหลือซากแล้ว ดวงอาทิตย์ดวงเดิม(ที่ถูกสูบพลัง)ก็น่าได้ฟื้นคืนเกิดใหม่ กลับมาแทนที่ ตัวดาวของฐานสตาร์คิลเลอร์นั่นเอง!


- เกาะ/ดาวที่ Rey พบ Luke!
เบื้องหลังสถานที่ถ่ายทำจริงๆ คือ เกาะ Skllig Michale ประเทศไอร์แลนด์ (*ส่วนในท้องเรื่องดาวดวงนั้นชื่อว่าดาว "Ahch-To" เผยจากสคริปต์ภาค 8 แต่ยังไม่เผยใดๆว่าดาวนี้อยู่ย่านไหน...และเราคงได้รู้เรื่องราวปริศนาของเกาะนี้อีกมากมายในภาค 8 -9 ต่อๆไป ?) ความจริงคือเกาะนี้เป็นเกาะที่มีวิหารเก่าแก่ของศาสนาคริสต์ตั้งอยู่ สามารถนับย้อนกลับไปได้ถึง ศตวรรษที่ 6 (ค.ศ. 500-600) และเป็นไปได้ว่าจะเป็นวิหารของศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์... อันหากเปรียบเทียบกับในหนัง ก็จะเป็นการพ้องตรงกันกับภารกิจของ ลุค ที่พยายามตามหาวิหารเจไดแห่งแรก!




- เกร็ดเบื้องหลังที่มาการสร้างพล็อต
Pablo Hildago หัวหน้าหน่วย Story Group ของจักรวาล Star Wars ได้ออกมาตอบคำถามผ่าน twitter ว่าในช่วงพัฒนาบทภาค The Force Awakens อยู่นั้น ชื่อภาคที่ได้ถูกใช้เรียกในตอนแรกก็คือ Shadows of The Empire ซึ่งได้ถูกใช้มาเป็นเวลานานกว่า The Force Awakens ด้วยซ้ำ ก่อนจะเปลี่ยนภายหลัง (โดยชื่อในตอนแรกข้างต้นนั้น เอามาจากนิยายในภาค Legends ที่มีเนื้อเรื่องย่อๆ เกี่ยวกับ Prince Xizor หัวหน้าองค์กร Blacksun ที่จะโค่น Darth Vader ลง อันมาเป็นมือขวาคนใหม่ของจักรพรรดิแทน และเรื่องราวการตามล่าหา Boba Fett ของเจ้าหญิงเลอา เพื่อที่จะช่วย Han Solo...)



ตัวอย่าง deleted scenes : อันจะแถมในแผ่น blu-ray : เรียงตามลำดับเหตุการณ์



- Finn and the villager : อีกฉากขณะปฏิบัติการบนดาวแจคคู(ตอนเริ่มเรื่อง) ฟินน์ เล็งปืนไปที่ชาวบ้าน แต่ก็รู้สึกไม่ดี จึงปล่อยไป


- Jakku Message : ฉากข้อความส่งมาจาก โพ (หลังจากที่โพและฟินน์ ร่วงบนดาวแจคคู)


- X-Wings prepare for lightspeed : ฉากหน่วยรบกองบินยาน X-Wings เตรียมเข้าโหมดความเร็วแสง มุ่งสู่ฐานสตาร์คิลเลอร์


- Kylo Searches the Falcon : ฉาก ณ ดาวน้ำแข็งฐานสตาร์คิลเลอร์ ไคโลเรน พบยานมิลเลนเนียมฟอลคอน รู้ว่า ฮาน โซโล มา


- Snow Speeder Chase : ฉาก ณ ดาวน้ำแข็งฐานสตาร์คิลเลอร์ ฟินน์กับเรย์ ถูกไล่ล่าโดยทหาร Snowtrooper



- Finn’s Going to be Fine : ฉาก(ตอนใกล้จบ) ฟินน์สลบบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่บอกเรย์ เขาจะดีขึ้นไม่ต้องห่วง(ไม่ตาย)



ปล. ส่วนปริศนามากมายบรรดามี ที่ยังคงคาใจแฟนๆ (ก็ได้แต่เดาเก้อกันไป :) ... ก็ไว้รอเผยใน Star Wars 8-9 (และภาคพิเศษอื่นๆ)ต่อๆไปครับ

และแฟนๆก็ยังต้องเตรียมพบกับภาคจักรวาลขยาย(โดยเฉพาะ Comic/Novel) ที่จะออกมาเสริมอีกมากมาย อันเกี่ยวเนื่องกับภาค The Force Awakens นี้




ปล. แวะอ่านบทความเกี่ยวเนื่อง ที่บทความชุดแกะรอย Star Wars 7 ต่างๆ (ที่ว่ากันมาตั้งแต่ก่อนหนังฉาย :) ที่ คลังเกร็ดสตาร์วอร์ส